ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รับรางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2562 เป็นต้นแบบของการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรม


เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ อาคารสโมสรและหอประชุม ชั้น 3 กระทรวงคมนาคม นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รับมอบรางวัล ldquo;คนต้นแบบคมนาคมrdquo; ประจำปี 2562 พร้อมประกาศนียบัตร และโลเชิดชูเกียรติ จากนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นรางวัลที่รับคัดเลือกจากการปฏิบัติงานราชการ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรมเสมอมาสำหรับการจัดกิจกรรม ldquo;คนต้นแบบคมนาคมrdquo; ของกระทรวงคมนาคม ได้มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกบุคคลากรในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ให้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อสร้างความขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งยังเป็นการช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรกระทรวงคมนาคมได้ยึดมั่นเป็นต้นแบบ ตลอดจนช่วยปลุกจิตสำนึกให้มีทัศนคติและค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริตนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฯ เป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคมอย่างจริงจัง และในโอกาสที่ได้รับรางวัล ldquo;คนต้นแบบคมนาคมrdquo; ครั้งนี้ ได้ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันขององค์กรและคนรถไฟ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเสมอมาทั้งนี้ ที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้เป็นหนึ่งในองค์กรที่เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรมในหลายโครงการ อาทิ การเข้าร่วมกิจกรรม ldquo;MOT Zero Tolerance ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย ของกระทรวงคมนาคม การร่วมมือกันระหว่างพนักงานการรถไฟฯ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดกิจกรรม ldquo;ใครโกงบอกด้วย คนรถไฟต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันrdquo; และร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตนประกาศเจตจํานงการต่อต้านการทุจริต ldquo;SRT Zero Toterancerdquo; ที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการต่อต้านปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรอย่างจริงจัง และปลุกจิตสำนึกให้พนักงานได้ตระหนักถึงปัญหาความเลวร้ายของการคอร์รัปชั่น ซึ่งหลังจากนี้การรถไฟฯ ยังมีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์และต่อต้านการทุจิรตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การขจัดการปัญหาทุจริตให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟฯ พร้อมหน่วยงานภาครัฐ ลงพื้นที่ผลักดันผู้บุกรุกพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่ก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – รังสิต สัญญาที่ 1


วันนี้ (20 กันยายน 2562) เวลา 08.00 น. ณ สำนักงานภาคสนามการรถไฟแห่งประเทศไทย ถนนกำแพงเพชร 6 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กองบัญชาการตำรวจจราจร ๐๒ กองบังคับการตำรวจรถไฟ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ. บช.น) และสำนักงานเขตจตุจักร (กทม.) ร่วมสนธิกำลังดำเนินการ ปฏิบัติงานลงพื้นที่การทวงคืนพื้นที่ในกรรมสิทธิ์ครอบครองของการรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่ก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต สัญญาที่ 1 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พื้นที่ก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต สัญญาที่ 1 ในปัจจุบันใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทั้งในพื้นที่บริเวณก่อสร้างยังมีผู้บุกรุกอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟฯ ที่ยังไม่ได้มีการรื้อย้ายออกทำให้ผู้รับจ้างฯ ไม่สามารถเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างได้ตามแผนงานที่กำหนด ก่อให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างฯ และผู้รับจ้างอาจถือเป็นเหตุขอขยายระยะเวลาสัญญาจ้าง ทำให้ภาครัฐเกิดความเสียหายอย่างยิ่ง ดังนั้น การรถไฟฯ ต้องดำเนินการผลักดันผู้บุกรุกในพื้นที่การก่อสร้าง ดังนี้ 1. พื้นที่งานสัญญาที่ 1 พื้นที่งานก่อสร้างโรงงานซ่อมบำรุงและเก็บรักษาขบวนรถไฟฟ้า ที่ผู้บุกรุก กีดขวางงานก่อสร้าง 2. พื้นที่งานก่อสร้างถนนและแนวรั้วรอบพื้นที่โครงการฯ สถานะผู้รับจ้างฯ ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ดังนี้ 2.1 พื้นที่บริเวณใต้ทางยกระดับเข้าออกสถานีกลางบางซื่อ 2.2 พื้นที่บริเวณสถานีบริการก๊าซ NGV เดิม ฝั่งถนนกำแพงเพชร 2 (พื้นที่ 35 ไร่) 2.3 พื้นที่ห้องแถวชั้นเดียว 20 ห้อง ฝั่งถนนกำแพงเพชร 2 (พื้นที่ 35 ไร่) จ่ายค่ารื้อถอนแล้วผู้บุกรุก ไม่ยอมรื้อถอนตามข้อตกลง 2.4 พื้นที่บริเวณอาคารพักอาศัยอาคารโฮปเวลล์ 2 ชั้น จำนวน 2 อาคาร หลังสถานีบริการก๊าซ NGV เดิม 3. พื้นที่บริเวณริมถนน BS7 มีผู้บุกรุกรายใหม่เข้ามาประกอบธุรกิจและค้าขาย โดยไม่มีสัญญากับ การรถไฟฯ ตามระเบียบที่กำหนดเงื่อนไขไว้ ผู้บุกรุกที่อยู่ในพื้นที่ในปัจจุบันเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ที่การรถไฟฯ จะไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ก่อสร้างของโครงการฯ โดยพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมด เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และปัจจุบันการรถไฟฯ ไม่ได้มีการให้เข้าใช้พื้นที่บริเวณนี้กับบุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ทั้งสิ้น การรถไฟฯ มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการเพื่อให้การก่อสร้างของโครงการฯ สามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภายในเดือนตุลาคม 2562 นี้ การรถไฟฯ จะทำการขนย้ายขบวนรถไฟฟ้าของโครงการเข้ามาเก็บให้พื้นที่โรงงานซ่อมบำรุงในบริเวณใกล้เคียงกับผู้บุกรุกอยู่อาศัย ซึ่งขบวนรถไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น มีมูลค่าสูงและยังเป็นวัสดุปกรณ์ที่ต้องสั่งทำเฉพาะ หากเกิดความเสียหายหรือสูญเสียอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระยะเวลาเปิดการให้บริการเดินรถที่กำหนดไว้ด้วย นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า ในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และผู้เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ติดประกาศขับไล่ผู้บุกรุกได้มีกลุ่มบุคคลเข้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ด้วยวิธีการนำรถยนต์จอดปิดทาง เข้า - ออก พื้นที่สถานีบริการก๊าซ NGV เดิม เพื่อไม่ให้รถบัสร่วมบริการของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตลอดจนผู้ที่เข้ามาใช้พื้นที่ 35 ไร่ ออกจากพื้นที่เพื่อกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในวันนี้ หากมีการขัดขวางการปฏิบัติการดังกล่าว การรถไฟฯ จะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเพื่อดำเนินการตาม กฎหมาย และจะทำการขนย้ายรถยนต์ที่ผู้บุกรุกใช้ปิดกันพื้นที่เพื่อไม่ให้รถบัส รถตู้ หรือรถของประชาชนเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นั้น จนถึงที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน