ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

การรถไฟฯ เปิดเดินขบวนทางไกล และขบวนรถนำเที่ยวเพิ่มเติม จำนวน 40 ขบวน ภายหลัง ศบค. ไฟเขียวผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 4 เริ่มเปิดให้บริการ 1 กรกฎาคมนี้


การรถไฟแห่งประเทศ ประกาศเปิดให้บริการขบวนรถทางไกล ขบวนรถนำเที่ยววันหยุด และขบวนรถพิเศษโดยสารวันหยุดเป็นการเพิ่มเติม จำนวน 40 ขบวน ภายหลังมีการยกเลิกประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว และการขนส่งสาธารณะข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด ndash; 19) เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป และยกเลิกขบวนรถโดยสารพิเศษที่ให้บริการชั่วคราวนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เห็นชอบให้ยกเลิกประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว และการขนส่งสาธารณะข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ในการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกและตามผลการประเมินสถานการณ์ของฝ่ายสาธารณสุข พร้อมทั้งอนุญาตให้กิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงกลับมาดำเนินการได้ แต่ยังควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ โดยกำหนดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและกำกับดูแลการขนส่งผู้โดยสารที่เป็นการขนส่งสาธารณะทุกประเภท (รถโดยสารประจำทาง รถปรับอากาศ รถตู้ รถไฟ เรือ เครื่องบิน) โดยผู้ประกอบการต้องจัดระบบและระเบียบต่าง ๆ รวมทั้งให้มีการจอดพักรถ การเว้นที่นั่ง และการจำกัดจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยว ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมีความต้องการในการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยรถไฟ ทั้งการเดินทางภายในเขตเมือง ระหว่างเมือง และทางไกล ข้ามเขตพื้นที่จังหวัด การรถไฟฯ จึงได้ประกาศเปิดเดินขบวนรถโดยสารทางไกลเพิ่มเติม จำนวน 40 ขบวน เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง ระยะที่ 4 เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับขบวนรถที่เปิดให้บริการในเส้นทางต่าง ๆ มีดังนี้1. ขบวนรถโดยสารทางไกล จำนวน 34 ขบวน (ไป-กลับ) ดังนี้ 1.1 สายเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 6 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 4 ขบวน 1.2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 9 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 5 ขบวน 1.3 สายใต้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 7 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 3 ขบวน2. ขบวนรถนำเที่ยววันหยุด และขบวนรถพิเศษโดยสารวันหยุด เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป จำนวน 6 ขบวน (ไป-กลับ) 2.1 ขบวนรถนำเที่ยว 909/910 กรุงเทพ-น้ำตก-กรุงเทพ 2.2 ขบวนรถนำเที่ยว 911/912 กรุงเทพ-สวนสนประดิพัทธ์-กรุงเทพ 2.3 ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 997/998 กรุงเทพ-บ้านพลูตาหลวง-กรุงเทพนอกจากนี้ ได้ประกาศยกเลิกขบวนรถโดยสารพิเศษที่ได้ขยายระยะเวลาให้บริการผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว 30 วัน โดยจะประกาศยกเลิกตั้งแต่วันที่ 1 ndash; 17 กรกฎาคม 2563 จำนวน 4 ขบวน (ไป-กลับ) ประกอบด้วย 1. ขบวนรถโดยสารพิเศษที่ 9071 (กรุงเทพndash;อุบลราชธานี) ขบวนรถโดยสารพิเศษ 9075 (กรุงเทพndash;หนองคาย) ยกเลิกตั้งแต่วันที่ 1ndash;16 กรกฎาคม 2563 และ 2. ขบวนรถโดยสารพิเศษ 9072 (อุบลราชธานี-กรุงเทพ) ขบวนรถโดยสารพิเศษที่ 9076 (หนองคาย-กรุงเทพ) ยกเลิกตั้งแต่วันที่ 1 ndash; 17 กรกฎาคม 2563การรถไฟฯ ยังคงให้ความสำคัญในด้านมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด ndash; 19) ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมอย่างเคร่งครัด โดยให้พนักงานด้านปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ถุงมือยางและ Face shield ตลอดเวลาที่ให้บริการ การตรวจคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มข้น การจัดให้มีแอลกอฮอล์เจลบริการอย่างเพียงพอและทั่วถึง ทั้งบริเวณสถานีและบนขบวนรถ การรักษาระยะห่าง Social Distancing ให้มีจุดยืน /นั่ง ให้ชัดเจน ทั้งที่สถานีและขบวนรถ โดยจำกัดการจำหน่ายตั๋วโดยสารไว้ที่ร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด เมื่อจำหน่ายเต็มตามที่ระบุแล้ว จะไม่จำหน่ายตั๋วอีกรวมทั้งตั๋วไม่มีที่นั่ง (ตั๋วยืน) และการงดจำหน่ายอาหารบนขบวนรถ หากผู้โดยสารที่เดินทางไกลเกินกว่า 3 ชั่วโมง ให้เตรียมอาหารไปรับประทานเอง และจะดำเนินการติดตั้ง แอปพลิเคชั่น (application) ldquo;ไทยชนะrdquo; ที่สถานีและบนขบวนรถ (เป็นรายตู้/โบกี้) เพื่อใช้ควบคุมการเข้าออกของผู้โดยสารที่มาใช้บริการผ่าน Check-in และ Check-out จากแอปพลิเคชั่นดังกล่าว สำหรับผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทาง สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้แต่วันที่ 27 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งกำหนดเวลาต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ สถานีรถไฟ หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย.ข่าวประชาสัมพันธ์ ฉบับที่ 63/2563 วันที่ 29 มิถุนายน 2563

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับการรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟแห่งประเทศไทย ผนึกกำลัง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่พัฒนาตลาดโดม ปตท. บริเวณบ้านพักนิคมรถไฟ กม.11 ให้เป็นตลาดนัดตัวอย่างด้านสุขอนามัย


การรถไฟแห่งประเทศไทย ผนึกกำลัง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงพัฒนาพื้นที่ ตลาดโดม ปตท. บริเวณบ้านพักนิคมรถไฟ กม.11 เป็นตลาดนัดตัวอย่างด้านสุขอนามัยของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัย ผ้ากันเปื้อน แอลกอฮอล์ล้างมือให้กับพ่อค้าแม่ค้าป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้เร่งเสริมสร้างความเข้าใจในการเข้าพัฒนาพื้นที่โดยยึดหลักความถูกต้อง เป็นธรรม และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวมเป็นสำคัญ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.30 น. ที่ตลาดโดม ปตท. บริเวณบ้านพักนิคมรถไฟ กม.11นายสมยุทธิ์ เรือนงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้บุกรุก บริหารจัดการ และจัดระเบียบการใช้พื้นที่ บริเวณบ้านพักนิคมรถไฟ กม.11 นิคมรถไฟมักกะสัน บางชื่อ และจิตรลดา พร้อมด้วย นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และคณะทำงาน ฯ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพัฒนาตลาดโดม ปตท. ให้เป็นตลาดนัดตัวอย่างด้านสุขอนามัยของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งได้ร่วมกันแจกหน้ากากอนามัย ผ้ากันเปื้อน แอลกอฮอล์ล้างมือแก่พ่อค้าแม่ค้า เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19นายสมยุทธิ์ เรือนงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผู้บุกรุก บริหารจัดการ และจัดระเบียบการใช้พื้นที่ บริเวณบ้านพักนิคมรถไฟ กม.11 นิคมรถไฟมักกะสัน บางชื่อ และจิตรลดา เปิดเผยว่า การร่วมมือพัฒนาตลาดโดม ปตท. ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่การรถไฟฯ ของนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อต้องการยกระดับดูแลคุณภาพชีวิตของคนรถไฟและประชาชนส่วนใหญ่ให้ได้รับประโยชน์จากการใช้ที่ดินการรถไฟฯ สูงสุดทั้งนี้ การรถไฟฯ และบริษัท ปตท. ได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ตลาดโดม ปตท.อย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการกำหนดจุดจำหน่ายสินค้า การดูแลจุดทิ้งขยะมูลฝอย การรักษาความสะอาด รวมถึงรณรงค์ให้พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่เข้ามาจับจ่าย ปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายไม่ให้เกิน 37.5 องศาเซลเซียล การกำหนดให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในตลาด การตั้งจุดแอลกอฮอล์ล้างมือ จุดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน quot;ไทยชนะquot; ซึ่งพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมแจกหน้ากากอนามัย ผ้ากันเปื้อนแก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาด พร้อมกับรณรงค์การป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด ซึ่งการรถไฟฯ ตั้งเป้าหมายว่าจากความร่วมมือในการเข้าจัดระเบียบความเรียบร้อย จะทำให้ตลาดโดม ปตท. กลายเป็นตลาดนัดตัวอย่างด้านสุขอนามัย ของกรุงเทพฯ และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาตลาดนัดอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ของการรถไฟฯ หรือตลาดนัดทั่วไปได้ในอนาคตrdquo;นายสมยุทธิ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่พัฒนาพื้นที่บ้านพักนิคมรถไฟ กม.11 อย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบน้ำดื่มขอบคุณกำลังพลทหาร จากกองพลพัฒนาที่ 1 กองทัพบก ที่เข้ามาช่วยดำเนินการถอนย้ายสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางระบายน้ำ การกำจัดวัชพืช การทำทางลำลองเข้าพื้นที่ และการขุดลอกบ่อรองรับน้ำในโครงการขุดลอกแก้มลิงและระบบระบายน้ำภายในชุมชนรถไฟ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิตและในพื้นที่เขตจตุจักร รวมถึงยังได้ขอบคุณคนรถไฟที่ได้เสียสละให้รื้อถอนโรงจอดรถยนต์ และสิ่งต่อเติมที่ผิดระเบียบ จนช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมในบ้านพักนิคมรถไฟ กม.11 ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นประโยชน์ต่อคนรถไฟ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ในโอกาสนี้ ผู้ว่าการรถไฟฯ ยังฝากให้พนักงานรถไฟทุกคนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่นิคมรถไฟ กม.11 ช่วยกันดูแลปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดความเป็นระเบียบ เนื่องจากการรถไฟฯ มีการปล่อยปะละเลยมานาน ทำให้เกิดปัญหาผู้บุกรุก เข้ามาสร้างที่พักอาศัยอย่างไม่ถูกต้องจนกลายเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด และยังกีดขวางช่องทางระบายน้ำ การรถไฟๆ จึงจำเป็นต้องเข้าดำเนินการจัดระเบียบให้เกิดความถูกต้อง ยึดหลักตามกฎหมาย และหลักมนุษยธรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมเป็นสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน