ข่าวประจำวัน

รวค. มอบนโยบายการรถไฟฯ ตั้งเป้าปี 70 ปริมาณการขนส่งเพิ่ม 30 ล้านตัน ผู้โดยสารเพิ่ม 80 ล้านคน

         วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2561) ณ ตึกบัญชาการรถไฟ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายและติดตามการดำเนินงาน ภายหลังจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการดำเนินงานให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม นายธีรพงษ์รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม โดยมี นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ประธานกรรมการรถไฟ พร้อมคณะ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารการรถไฟฯ ร่วมต้อนรับและรับมอบนโยบาย

         นายอาคมฯ ได้กล่าวว่า ในการมามอบนโยบายและให้กำลังใจพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ เนื่องจากการรถไฟฯ มีภารกิจที่ต้องดำเนินการเป็นจำนวนมาก โดยบทบาทที่สำคัญของการรถไฟฯ ที่จะเกิดขึ้นและเห็นผลเป็นรูปธรรมในอนาคต คือ สามารถลดต้นทุนการขนส่งโลจิสติกส์ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2570 เมื่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เสร็จเรียบร้อย จะสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งได้ 30 ล้านตัน จากปัจจุบัน 10 ล้านตันต่อปี และสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการได้ปีละ 80 ล้านคน ทั้งนี้ จะเปลี่ยนการให้บริการขบวนรถจากเดิมที่มีอยู่ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ Premium Train คือขบวนรถระยะทางไกล ที่ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 4 ชั่วโมง เช่น กรุงเทพ – หนองคาย จะใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ขบวนรถ Overnight Train ขบวนรถระยะไกล ที่ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง ขบวนรถ Inter City ขบวนรถระหว่างเมืองที่มีระยะทางไม่เกิน 500 กิโลเมตร เช่น กรุงเทพ – นครสวรรค์ หรือ ขอนแก่น – หนองคาย และขบวนรถชานเมือง เช่น รถไฟสายสีแดง และจะให้การรถไฟฯ ศึกษาความเหมาะสมการออกแบบรถไฟฟ้า โดยใช้โครงสร้างทางเดิมที่มีอยู่ แต่เปลี่ยนหัวรถจักรเป็นรถไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานน้ำมัน โดยจะพิจารณาใน 4 เส้นทาง คือ กรุงเทพ – นครราชสีมา กรุงเทพ – หัวหิน กรุงเทพ – นครสวรรค์

         นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายการพัฒนาองค์กร ด้านบุคลากร ให้กับการรถไฟฯ ที่ปัจจุบันประสบปัญหาการขาดแคลนบุคคลกรเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดการพิจารณาเรื่องการเพิ่มอัตรากำลังพนักงาน โดยจะนำเสนอ ครม. เพื่อขอแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ที่กำหนดให้สามารถรับพนักงานใหม่เพิ่มได้เพียง 5% ของพนักงานที่เกษียณอายุราชการ และจะยกระดับการศึกษาของโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ ให้เป็นโรงเรียนเทียบเท่าการศึกษาในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับระบบการขนส่งทางราง ในการสร้างบุคคลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับงาน เพื่อรองรับโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง

Share on Facebook Share on Google Share on Twitter Send to Email

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ