ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว

ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว

รายชื่อบริษัทต่างๆ ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟ

         เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ และเพื่อขยายตลาดโดยสารของการรถไฟฯ เข้าไปยังแหล่งผู้ซื้อบริการที่อยู่ห่างไกลสถานีรถไฟให้มากที่สุด การรถไฟฯได้แต่งตั้งเอกชนเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถไฟ โดยมีสิทธิในการจำหน่ายตั๋วได้ทุกชั้นที่นั่งและทุกขบวนรถ จากสถานีต่าง ๆ ในเส้นทางทุกสาย เช่นเดียวกับการจำหน่ายตั๋วที่สถานีรถไฟ โดยมีบริษัท ห้างร้านที่ได้รับ แต่งตั้งจากการรถไฟฯ ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถไฟ ในแต่ละภาครวมทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนี้.-

ตัวแทนกรุงเทพ/ภาคกลาง

ตัวแทนภาคเหนือ

 

ตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

   

ตัวแทนภาคใต้

   

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : หมวดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า ภายในอาคารสถานีกรุงเทพ โทรศัพท์ 225-0300 ต่อ 5217

หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถไฟ

          ต้องมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลประเภท บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือนิติบุคคลอื่นที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกัน ทำเลที่ตั้งเหมาะสมที่จะเป็นสถานที่จำหน่ายตั๋วและลักษณะธุรกิจที่สนับสนุนในการเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถไฟ ฐานะมั่นคงทางการเงิน ต้องจัดหาหนังสือสัญญาค้ำประกันวงเงิน 500,000.- บาท วางเป็นประกันได้ ผู้ประกอบการต้องมีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจการตามหลักเกณฑ์ พร้อมมี แผนงานการโฆษณา,ประชาสัมพันธ์ อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกในที่สำนักงาน เจ้าหน้าที่ของการรถไฟฯ จะมาตรวจสอบสถานที่และพิจารณาเสนอการรถไฟฯ ขออนุมัติเป็นตัวแทนฯ ต้องรับภาระจัดหาอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ชุด และ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องจำหน่ายตั๋วรถไฟ ระบบ ON – LINE (ใน กทม.และ 12 จว.ที่กำหนด 264,385.- บาท,ต่างจังหวัดนอกเหนือเขต 13 จังหวัด ที่กำหนด 253,300.- บาท และค่าเช่าวงจรทุกเดือนอีกเดือนละ 4,500.- บาท ) ค่าใช้จ่ายยังไม่รวม VAT. หลังการติดตั้งระบบ ON-LINE แล้วถ้าเครื่องเสียและถ้าให้ช่างของบ.ปรีดาซ่อมจะคิดอัตรา ชม.ละ 800.-บาท (ไม่รวมค่าชิ้นส่วน/อุปกรณ์) ในส่วนภูมิภาคต้องออกค่าพาหนะและค่าที่พักให้ช่างด้วย ต้องจัดทำกล่องไฟฟ้าป้ายแสดงลำดับสำนักงานตัวแทนขนาด กว้าง 50 ซม. ยาว 50 ซม. หนา 15 ซม. 1 กล่อง

กำหนดอัตราผลตอบแทนให้กับตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถไฟ
จุดที่ตั้งสำนักงานมีระยะทาง ห่างจากสถานีรถไฟ อัตราค่าตอบแทนให้เฉพาะค่าโดยสารไม่รวมค่าธรรมเนียม
1 - 10 กม. 3.5 % (ใน กทม. และปริมณฑล 3.5 %)
11 – 100 กม. 4.0 %
101 กม.ขึ้นไป 5.0 % (ตามเกาะต่างๆ 5 %)
ยื่นความประสงค์พร้อมแนบเอกสารหลักฐานการจดทะเบียน หจก., บริษัท และหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และกระทำการแทนบริษัท ซึ่งสำนักงานทะเบียนกระทรวงพาณิชย์ออกให้ไม่เกิน 90 วัน

ส่งถึง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการโดยสาร
        การรถไฟแห่งประเทศไทย เลขที่ 1 ถ.รองเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.10330
โทร. 0 – 2220 – 4243 , แฟกซ์ 0 – 2220 – 4249, 0 – 2225 – 5987

 

ค่าใช้จ่ายของตัวแทนฯ (แบบที่ 1) โดยการใช้ Dial up Modem และคู่สายโทรศัพท์ธรรมดา

ค่าใช้จ่ายฝั่งสถานีรถไฟฯ


ค่าใช้จ่ายฝั่งสำนักงานของตัวแทนฯ


หมายเหตุ : ลำดับที่ 6 - 10 ตัวแทนฯเป็นผู้หาอุปกรณ์เหล่านี้เอง บริษัทฯ มีหน้าที่เพียงแค่เข้าไป Setup อุปกรณ์อุปกรณ์ให้สามารถใช้งานได้
 

สรุปค่าใช้จ่ายของแต่ละตัวแทนฯโดยการใช้ Dial up Modem และคู่สายโทรศัพท์ธรรมดา

ค่าใช้จ่ายของตัวแทนฯ (แบบที่ 2) โดยการใช้วงจรเช่าแบบ RS232, 9600 bps, Async.

ค่าใช้จ่ายฝั่งสถานีรถไฟฯ

ค่าใช้จ่ายฝั่งสำนักงานของตัวแทนฯ

สรุปค่าใช้จ่ายของแต่ละตัวแทนฯโดยการใช้วงจรเช่าแบบ RS232, 9600 bps, Async.

ค่าใช้จ่ายของตัวแทนฯ (แบบที่ 3) โดยการใช้วงจรเช่าผ่านดาวเทียมระบบ Shared Hub (TDM/TDMA)

รายละเอียดอุปกรณ์และรายจ่ายที่ตัวแทนต้องรับภาระ

อุปกรณ์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง โดยมีข้อกำหนดขั้นต่ำ ดังต่อไปนี้
   - Processor : pentium 4, ความเร็ว 2.0 GHz
   - Memory : 256 MB ขึ้นไป
   - Harddisk : 40 GB ขึ้นไป
   - Diskette Drive : 3.5 " 1.44 MB
   - Monitor : 14 " ขึ้นไป
   - Connectors : 1 Serial, 1 parallel, keyboard
   - Operating systems : Windows Xp
2. เครื่องพิมพ์ตั๋วต้องเป็นเครื่องพิมพ์ยี่ห้อ OKI รุ่น 790 เท่านั้น
3. เครื่องสำรองไฟ (UPS) ขนาด 500 VA ขึ้นไป
4. MODEM ความเร็วขั้นต่ำ 9600 kbps จำนวน 1 ชุด ติดตั้งที่สำนักงานตัวแทน

รายจ่าย
1. ขอติดตั้งโทรศัพท์ 2 เลขหมาย ค่าใช้จ่ายในการขอ ตัวแทนจะต้องเป็นผู้จ่ายเองทั้งหมดเป็นการติดตั้งที่สถานีรถไฟ 1 คู่สาย ที่ตัวแทน 1 คู่สาย เพื่อใช้ในการเชื่อมกับ MODEM
2.ค่า Terminal Server และค่า setup โปรแกรม ใน กทม.,นนทบุรี,ปทุมธานี,สมุทรปราการ,นครสวรรค์,เชียงใหม่,นครราชสีมา,ขอนแก่น,อุบลราชธานี,ประจวบคีรีขันธ์,ชุมพร,นครศรีธรรมราช,สงขลา ประมาณ 264,185.- บาท + ค่ารักษาเครื่องเดือนละ 200.- บาท + ค่าใช้โทรศัพท์แต่ละครั้งในการติดต่อ ON – LINE ส่วนในต่างจังหวัดนอกเขต 13 จว.ที่กำหนดประมา ณ 253,000.- บาท + ค่าเช่าวงจรทุกเดือนอีกเดือนละ 4,500.- บาท
3.ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายใน กทม.และปริมณฑล กับจว.ที่กำหนดในแบบที่ 1 (แนบ)
4.ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายในต่างจังหวัด ในแบบที่ 2 (แนบ)