โครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน

"มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการบริการระบบรางที่สะดวก ตรงเวลา และปลอดภัย"

ความเป็นมา

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วนของการรถไฟฯ ปี 2553 – 2557 วงเงินลงทุนรวม 176,806.28 ล้านบาท ซึ่งได้รวมโครงการจัดหารถโดนสารรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน ไว้ด้วย อีกทั้งในปัจจุบันรถโดยสารประเภทรถนอนปรับอากาศที่พ่วงให้บริการในขบวนรถต่างๆ มีจำนวนไม่เพียงพอกับการใช้งาน ส่วนใหญ่มีอายุหารใช้งานมานาน จึงมีสภาพค่อนข้างเก่า อุปกรณ์บางส่วนชำรุด ดังนั้นเพื่อเป็นการสนองตอบความต้องการของตลาด เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะผู้โดยสารระดับกลางและระดับบนที่มีกำลังซื้อและต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง และเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการก่อสร้างทางคู่ระยะเร่งด่วน


การดำเนินงาน

การจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน จะจัดหารถพ่วงเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่1 (บนอ.ป.) 9 คัน, รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่2 (บนท.ป.) 88 คัน ในจำนวนนี้มีรถสำหรับผู้พิการ 9 คัน, รถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 9 คัน และรถกำลังไฟฟ้า (Power Car) 9 คัน และมีแผนจัดเดินเป็นขบวนรถด่วนพิเศษเปิดเดินขบวนใหม่ให้บริการระหว่างสถานีกรุงเทพ – เชียงใหม่, อุบลราชธานี, หนองคาย และหาดใหญ่ ไป – กลับ วันละ 2 ขบวนต่อเส้นทาง รวม 8 ขบวน จะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม./ชม. หากการก่อสร้างทางคู่แล้วเสร็จ สามารถถึงที่หมายปลายทางได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณปีละ 1.073 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 1,250.9 ล้านบาท อัตราผลตอบแทน (FIRR) ร้อยละ 11.0

แผนการเดินรถ

หมายเหตุ : เบื้องต้นจะใช้รถจักรจากระบบในปัจจุบัน และเมื่อได้รับรถจักรใหม่จากโครงการจัดหาของรถไฟฯ ก็จะนำมาพ่วงในขบวนรถของโครงการฯ 115 คัน


วงเงินงบประมาณ

วงเงินโครงการทั้งสิ้น 4,668.89 ล้านบาท


แผนการดำเนินโครงการ

คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ครบทั้ง 4 เส้นทาง ในปีงบประมาณ 2560 โดยจะได้รับชุดแรก (จำนวน 13 คัน) ในวันที่ 12 มิถุนายน 2559 และจะได้รับเดือนละ 2 ชุด จนครบ 115 คัน ในเดือน พฤศจิกายน 2559


การวางแผนด้านการตลาด

มีการวางแผนการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ โดยจะจัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ มีการจำหน่ายตั๋วผ่านช่องการจำหน่ายตั๋วในระบบ Online Automatic Electronic Ticket และจัดทำบัตรสมาชิกสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการเดินทางกับขบวนรถด่วนพิเศษ (SRT’s Club) เพื่อใช้เป็นช่องทางสำหรับการแจ้งข่าวสารหรือบริการใหม่ๆ เช่น การจัดนำเที่ยว และการส่งเสริมการขายต่างๆ ในรูปแบบของการสะสมระยะทาง เป็นตัน และมีการให้บริการ ณ สถานีรถไฟหลักๆ ให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งอื่นได้


ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • การรถไฟฯ มีรายได้จากการโดยสารและสามารถรองรับการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น
  • ยกระดับการบริการ และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพบริการ
  • ผู้โดยสารมีทางเลือกในการใช้บริการและได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเพิ่มขึ้น
  • ปรับปรุงภาพลักษณ์การให้บริการ
  • ช่วยประหยัดพลังงานของประเทศ ลดมลภาวะทางอากาศ ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนถนน

แผนการบริการ

  • เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินขบวนรถ
  • สร้างภาพลักษณ์ของการบริการใหม่
  • ขั้นตอนการบริการเป็นมาตรฐานและเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกบนขบวนรถมากขึ้น
  • มุ่งเน้นการบริการที่น่าประทับใจแบบไทย ในลักษณะการแต่งกายรูปแบบเอกลักษณ์ท้องถิ่น

แผนการตลาด

ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนการส่งเสริมและรองรับ การเติบโตของธุรกิจ ด้านการท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของผู้โดยสารที่สะดวกสบาย รวมทั้งวางแผนการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และสร้างความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ในขบวนรถโดยสารชุด 115 คัน ละมุ่งเน้นให้ผู้เดินทางเห็นความสำคัญ และศักยภาพของการเดินทางโดยรถไฟ ที่สะดวก ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน