ความเป็นมา

การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบการขนส่งทางรถไฟ โดยจำแนกการบริการเชิงพาณิชย์ซึ่งมุ่งหวังกำไรจากการขนส่งสินค้าและการจัดเดินขบวนรถโดยสารระยะไกลที่มีคุณภาพ เช่น ขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว และบริการเชิงสังคมที่เป็นบริการให้แก่ผู้มีรายได้น้อย เช่น รถชานเมือง ขบวนรถท้องถิ่น เป็นต้น


วิสัยทัศน์

มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการให้บริการระบบรางที่สะดวก ตรงต่อเวลา และปลอดภัย


ภารกิจหลัก

1. มุ่งเน้นการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการเพื่อสร้างรายได้และผลกำไร ให้แก่องค์กรรวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ
2. ดำเนินการให้บริการขนส่งในเชิงสังคม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศและตอบสนองนโยบายในการให้บริการขนส่งราคาต่ำและมีประสิทธิภาพของภาครัฐ
3. ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า

วัตถุประสงค์

1. เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งธุรกิจหลักและธุรกิจรอง รวมทั้งมีการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
2. เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและบุคลากรที่สอดคล้องกับแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบรางอันจะนำไปสู่ความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนของการรถไฟแห่งประเทศไทยในระยะยาว
3. เพื่อให้เกิดบูรณาการ การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ของการรถไฟฯ ในการผลักดัน วิสัยทัศน์การรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  

















โครงสร้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย

การกำกับดูแลกิจการที่ดี


หลักการและเหตุผล

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นบทบาทของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยในการกำกับดูแลด้วยความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ตามขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอ มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียมกัน มีความโปร่งใสในการดำเนินงานที่สามารถตรวจสอบได้ ด้วยการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสแก่ผู้เกี่ยวข้อง ส่งเสริมและพัฒนาการกำกับดูแลและจรรยาบรรณที่ดีในการดำเนินกิจการ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย นำไปสู่การพัฒนาการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างยั่งยืน


ความหมาย

"ผู้บริหาร"
หมายความว่า ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หัวหน้าหน่วยธุรกิจ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้อำนวยการฝ่าย วิศวกรใหญ่ ผู้ตรวจการรถไฟ หัวหน้าสำนักงาน รองผู้อำนวยการฝ่าย รองวิศวกรใหญ่ หรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกันในการรถไฟแห่งประเทศไทย

"ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย"
หมายความว่า เจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า ประชาชน คู่ค้า เจ้าหนี้ลูกหนี้ คู่แข่ง ตลอดไปจนถึงสังคมโดยรวม

"แนวนโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐ"
หรือที่เรียกว่า Statement of Directions: SOD หมายความว่า ความคาดหวังของภาครัฐในฐานะผู้ถือหุ้นที่มีต่อรัฐวิสาหกิจภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ของประเทศ ยุทธศาสตร์กระทรวงเจ้าสังกัด วัตถุประสงค์การจัดตั้งภารกิจและบทบาทของรัฐวิสาหกิจในปัจจุบัน เพื่อให้ภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ

"การกำกับดูแลกิจการที่ดี"
หมายความว่า การจัดโครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการสร้างประโยชน์ที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยรวม ซึ่งการจัดโครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการของการรถไฟแห่งประเทศไทย จะต้องสะท้อนถึงหลักสำคัญ ๖ ประการ ดังนี้
1. หลักความรับผิดชอบ (Accountability) ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและผลการปฏิบัติหน้าที่ทั้ง ด้านบวกและด้านลบ
2. หลักความสำนึกในหน้าที่ (Responsibility) การตระหนักในสิทธิหน้าที่ โดยการปฏิบัติด้วยขีด ความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอ
3. หลักความเสมอภาค (Equitable Treatment) การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์การโดยสุจริต และจะต้องพิจารณาให้เกิดความเท่าเทียมกัน
4. หลักความโปร่งใส (Transparency) มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสแก่ผู้เกี่ยวข้องและสามารถ ตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้
5. หลักจริยธรรม (Ethics) การส่งเสริมและพัฒนาการกำกับดูแล โดยมีจริยธรรมและจรรยาบรรณที่ดีใน การดำเนินกิจการ
6. หลักการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) การสร้างมูลค่าเพิ่มในการดำเนินกิจการทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว โดยการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มมูลค่าใดๆนั้นจะต้องเป็นการเพิ่มความสามารถในทุกด้านเพื่อการแข่งขัน

ความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี

1. เสริมสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี โปร่งใส และมีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขัน
และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
2. สร้างความเชื่อถือ และความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3. เป็นเครื่องมือการวัดผลดำเนินงานขององค์กร และช่วยปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4. สร้างกรอบความรับผิดชอบของคณะกรรมการและผู้บริหาร ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย รวมทั้งเป็นการสร้างพันธะผูกพันเพื่อให้ฝ่ายบริหาร ใช้อำนาจภายในขอบเขตที่กำหนด
5. มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างเพียงพอ ถูกต้องเชื่อถือได้ ครบถ้วน สม่ำเสมอและทันเวลา
6. เป็นเครื่องมือป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการรถไฟแห่งประเทศไทย

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจการ ให้มีการบริหารจัดการที่ดี มีคุณธรรม ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยยึดหลักการกำกับดูแลที่ดี ดังนี้
1. คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกคนมุ่งมั่นที่จะนำหลักสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้ง ๖ ประการ ได้แก่ (1) หลักความรับผิดชอบ (2) หลักความสำนึกในหน้าที่ (3) หลักความเสมอภาค (4) หลักความโปร่งใส (5) หลักจริยธรรม (6) หลักการสร้างมูลค่าเพิ่ม นำมาใช้ในการจัดโครงสร้างและกลไกการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยรวม
2. คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ซื่อสัตย์สุจริต มีบทบาทในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของผู้ถือหุ้น (Statement of Directions) โดยพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงและแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าองค์กรมีระบบรายงานทางการเงินและการบัญชีมีความน่าเชื่อถือ
3. คณะกรรมการและผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้นำในด้านจริยธรรม เป็นตัวอย่างในการปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจะสอดส่องดูแลแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้
4. คณะกรรมการและผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้มีการติดตามประเมินผลพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำในด้านการกำกับดูแลที่ดี



เป้าหมายการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี

เป้าหมายการดำเนินงาน เพื่อที่จะพัฒนาองค์กรให้ "เป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศในด้านการกำกับดูแลที่ดี"



บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย


องค์ประกอบ คุณสมบัติ และการแต่งตั้งคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคนและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการและเป็นเลขานุการคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่น

ศูนย์ประสานงานและเลขานุการคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านเลขานุการ การประชุม สารสนเทศและรับเรื่องราวร้องทุกข์ของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการ จะต้องเป็นผู้มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการรถไฟ การขนส่ง วิศวกรรม พาณิชยกรรม การเศรษฐกิจหรือการเงิน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม



บทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย


คณะกรรมการบาทบาทหน้าที่
คณะกรรมการกำกับดูแลให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่เหมาะสมและ ครอบคลุมในทุกๆด้าน
คณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการ ที่ดี (กรรมการ รฟท. เป็นประธาน) - ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และกลั่นกรองเรื่องการกำกับดูแล กิจการที่ดีของ รฟท. ก่อนนำเสนอคณะกรรมการ รฟท.
- เสนอความเห็น เสนอแนะมาตรการหรือวิธีการในการ ดำเนินงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม
ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ กำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม - รวบรวมการดำเนินงานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ รฟท. เสนอคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม
- ประสานงานกับส่วนงานต่างๆ ในการดำเนินงานการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี
- ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ส่วนงานต่างๆ ในเรื่องการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี
ฝ่าย/สำนัก- กำกับดูแลการดำเนินงานของส่วนงานให้ดำเนินงานไปตาม แนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี
หน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Unit) - สอดส่อง ดูแลและกำกับการปฏิบัติงานขององค์กรให้ เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ นโยบายและกระบวนการ ปฏิบัติงานที่ได้กำหนดไว้

การจัดตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ เฉพาะเรื่อง

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยควรแต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ เฉพาะเรื่องไว้ เพื่อให้มีการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานที่สำคัญอย่างรอบคอบ เช่น

คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและสัญญา

ให้คำปรึกษา แนะนำ และพิจารณากลั่นกรองร่างกฎหมาย ร่างข้อบังคับ ร่างระเบียบ ร่างสัญญา รวมทั้งพิจารณาและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายและข้อสัญญาที่สำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย

คณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามสัญญาจ้าง

พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานการบริหารกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยที่คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบแล้ว รายงานผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเสนอคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณา

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการจัดซื้อ/จัดจ้าง

พิจารณากลั่นกรองเรื่องที่จะเกี่ยวกับการจัดซื้อ/จัดจ้าง ให้ถูกต้องตามคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย และตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแนวทางการตัดสินใจ ให้เป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย และนโยบายที่เกี่ยวข้อง

คณะอนุกรรมการระบบการเงินและการบัญชี

ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศทางการบัญชี โดยมีฝ่ายการเงินและการบัญชีเป็นแกนหลักสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลทางบัญชีจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีที่รับรองทั่วไป ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการเงินและการบัญชี เพื่อให้การจัดทำงบประมาณการเบิกจ่ายเงินงบประมาณเป็นไปตามแผนงานและให้สอดคล้องกับหลักฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ตรวจสอบการแก้ปัญหาด้านการเงินและการบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลทางการเงินและการบัญชี มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการตรวจสอบในรัฐวิสาหกิจ

สอบทานและกำกับดูแลการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้านระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง รายงานทางการเงิน การตรวจสอบภายใน การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ความรับผิดชอบในรายงานและความรับผิดชอบอื่นๆ โดยมีการประเมินตนเอง (Self –Assessment) ทุกปี และรายงานผลการประเมินพร้อมปัญหาและอุปสรรคให้คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยทราบ

คณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม

พิจารณาให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอ เกี่ยวกับนโยบายการบริหารให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) โดยรวม การพัฒนาระบบกำกับดูแลที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม ก่อนนำเสนอคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาอนุมัติ ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ ดูแล ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล โดยพิจารณาผลการปฏิบัติงานตามนโยบายการบริหาร เพื่อให้มั่นใจได้ว่านโยบายการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลได้นำไปใช้ปฏิบัติอย่างเหมาะสมและการบริหารจัดการองค์กรมีประสิทธิภาพ

คณะอนุกรรมการด้านการบริหารความเสี่ยงของการรถไฟแห่งประเทศไทย

มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการให้ข้อคิดเห็น พิจารณา ข้อเสนอ เกี่ยวกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยรวม กรอบการบริหารความเสี่ยง แผนการดำเนินงาน และให้ความเห็นก่อนนำเสนอคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุมัติ ควบคุม ติดตาม ดูแล การพัฒนาและการปฏิบัติตามนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่องกำกับ ดูแล ติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายการบริหารความเสี่ยงได้นำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม ให้คำปรึกษาคณะผู้บริหารและคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยง เกี่ยวกับระบบการบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้สอดคล้องกับระบบบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมภายใน โดยเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ประเด็นยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

คณะอนุกรรมการพัฒนาทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

กำหนดกรอบ นโยบาย เป้าหมาย แผนงาน และแนวทางการดำเนินงาน ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย กำกับ ดูแล การบริหารจัดการทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ทรัพย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

คณะอนุกรรมการบริหารด้านช่างกล อาณัติสัญญาณ โทรคมนาคม และขนส่งมวลชนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย

กำหนดกรอบ นโยบาย เป้าหมาย แผนงาน และแนวทางการดำเนินงาน ที่เกี่ยวกับการพัฒนา นโยบาย แผนงานด้านการควบคุม การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ปรับปรุงแก้ไข เพื่อบริหารจัดการด้านรถจักรและล้อเลื่อนและอาณัติสัญญาณของการรถไฟแห่งประเทศไทย กำกับ ดูแล บริหารจัดการ การบำรุงรักษา ซ่อมแซม รถจักร ล้อเลื่อนและอาณัติสัญญาณและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด พิจารณากลั่นกรองงานบริหารจัดการโครงการ (Project Management) ของการพัฒนาด้านขนส่งมวลชนระบบราง ตามที่คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยมอบหมาย ให้คำปรึกษา คำแนะนำแนวทางและวิธีปฏิบัติของการบริหารจัดการโครงการต่างๆตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)

คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

กำหนดขั้นตอนการสรรหาผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามหนังสือของกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๘๐๓.๒/ว.๙๐ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ และตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๓๑ วรรคสอง การแต่งตั้งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี กำหนดคุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณา วิธีการสรรหา และดำเนินการสรรหาให้ได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมที่จะเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐ เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอชื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาต่อไป

คณะอนุกรรมการพิจารณาผลตอบแทนของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย

พิจารณาผลตอบแทน ดำเนินการกำหนดผลตอบแทนและเจรจาต่อรองผลตอบแทนกับบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามหลักเกณฑ์และแนวทางการจ่ายผลตอบแทนฯ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ และวันที่ ๒๒มิถุนายน ๒๕๔๗ จัดทำร่างสัญญาจ้างบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเสนอให้คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาเสนอกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ เสนอผลการพิจารณาพร้อมร่างสัญญาต่อคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

คณะอนุกรรมการนโยบายบริหาร และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

กำหนดกรอบ นโยบาย เป้าหมาย แผนงาน และแนวทางการดำเนินงาน ที่เกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

ความเป็นอิสระของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการรถไฟ การขนส่ง วิศวกรรม พาณิชยกรรม การเศรษฐกิจ หรือการเงิน สามารถแสดงความเห็นหรือรายงานได้อย่างเป็นอิสระตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสียในลักษณะธุรกรรมใดๆ ของการรถไฟฯ ในเวลา ๑ ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด หรือผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ เพื่อสามารถใช้ดุลยพินิจตามหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างอิสระและเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างแท้จริง

การประชุมและการได้รับเอกสารข้อมูลของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย

จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกเดือนหรือตามความเหมาะสม เมื่อผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยร้องขอขึ้นมา หรือด้วยความขอร้องของกรรมการเข้าชื่อกันตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ขอให้มีการประชุมพิเศษ ก็ให้ประธานกรรมการนัดหมายเรียกประชุมได้เป็นกรณีพิเศษ และถ้าสามารถจะออกระเบียบวาระประชุมพิเศษแจกให้กรรมการได้ ก็ให้แจกระเบียบวาระไปพร้อมกับการนัดหมาย วาระที่มีความซับซ้อนต้องจัดให้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่ได้รับมอบมาย และส่งเอกสารประกอบการประชุมภายในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความรอบคอบ มีเวลาเพียงพอในการพิจารณาดูแลเอกสารประกอบการประชุม องค์ประชุมของคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ มติของที่ประชุม ให้ถือคะแนนเสียงของกรรมการฝ่ายข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงก้ำกึ่งกัน ก็ให้ประธานกรรมการเป็นผู้ชี้ขาด เรื่องใดที่เข้าประชุม ถ้าเป็นปัญหาในความหมายหรือเจตนารมณ์ของบทบัญญัติในมาตราใดของพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๔๙๔ มติของที่ประชุมต้องเป็นเอกฉันท์ การประชุมของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย กรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ให้ข้อสังเกต และออกเสียงโดยอิสระ คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยอาจแต่งตั้งกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ไปศึกษา ติดตาม และสอดส่องเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับงานของฝ่ายหรือส่วนงานหนึ่งส่วนใดในองคาพยพของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยไปติดต่อโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ผู้เป็นเจ้าของเรื่องนั้น ๆ และจะมอบหมายหน้าที่ให้กรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยไปตรวจการปฏิบัติงานของพนักงานรถไฟโดยใกล้ชิดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่มีการต้องสืบสวนหรือสอบสวนในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการการรถไฟแห่งประเทศไทย คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยอาจตั้งพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ไปทำการสืบสวนหรือสอบสวน และรายงานเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนั้น ๆ มาประกอบการพิจารณาได้



ค่าตอบแทนคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
๑) ค่าตอบแทนของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจ ข้อบังคับและระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้อง (ภาคผนวก ก)
๒) ค่าตอบแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และแนวทางการจ่ายผลตอบแทนของผู้บริหารสูงสุดตามสัญญาจ้าง (ภาคผนวก ข) โดยให้คณะอนุกรรมการพิจารณาผลตอบแทนของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้มีการกำหนดค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมกับความรับผิดชอบ
การกำหนดเงินเดือนของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

การประเมินตนเองและพัฒนาตนเองของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย

๑) การประเมินตนเองของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย
กำหนดบรรทัดฐานที่จะใช้เปรียบเทียบกับผลการปฏิบัติงานหรือผลการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งนอกจากการประเมินในภาพรวมแล้ว อาจประเมินเฉพาะเจาะจงในบางเรื่องที่สำคัญได้จัดให้มีการประเมินตนเองอย่างน้อยปีละครั้ง กรณีมีคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยมากกว่า ๑ ชุดในระหว่างปีบัญชีให้มีการประเมินตนเองตามความเหมาะสมนำผลการประเมินตนเองเข้าที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาเพื่อหาประเด็นสำคัญที่ควรปรับปรุงแก้ไข
๒) การพัฒนาตนเองของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย
จัดเตรียมคู่มือและเอกสารที่เกี่ยวข้องและจัดให้มี Introduction Program หรือกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับกรรมการใหม่หรือกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งในระหว่างปีบัญชี กำหนดกิจกรรมที่มีความจำเป็น เป็นประโยชน์และเหมาะสม เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่รวมตลอดถึงคณะกรรมการเดิมทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง

บทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้
๑) ผู้ใช้บริการเป็นผู้มีอุปการคุณ ควรที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตอบสนองเป็นอย่างดี ด้วยการเสนอบริการที่มีคุณภาพ สุภาพ มีมาตรฐาน ติดตามแก้ไขในสิ่งที่ผู้ใช้บริการแนะนำ และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับผู้ใช้บริการด้วยความเหมาะสม
๒) พนักงานและลูกจ้าง มีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๔๔ กำหนดนโยบายด้านสวัสดิการทั้งต่อตัวพนักงานเองและครอบครัว ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานและลูกจ้างมีความรู้ความสามารถอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ปกครองสร้างระบบจูงใจในความก้าวหน้าของหน้าที่การงานด้วยระบบคุณธรรม
๓) ชุมชนและสิ่งแวดล้อม มีความตระหนักถึงผลกระทบของการดำเนินกิจการอันอาจเกิดกับชุมชน โดยกำหนดให้มีระบบรักษาความปลอดภัย กำหนดกิจกรรมที่เป็นมิตรแก่สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรับฟังความคิดเห็นและการปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
๔) ภาครัฐ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กำหนดเป็นภารกิจหลักของการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐในการพัฒนาขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้เป็นช่องทางในการติดตามการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ จึงกำหนดให้ต้องกระทำด้วยความโปร่งใส มีมาตรฐาน ทันเวลา ตรวจสอบได้ด้วย ดังนี้
๑) กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินและที่ไม่ใช่การเงินที่สำคัญตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและหนังสือสั่งการของการรถไฟแห่งประเทศไทยตลอดจนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดเผยบนเว็บไซต์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ให้มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ
๒) กำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทยวางและถือไว้ซึ่งระบบบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี รวมทั้งมีเอกสารหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชีครบถ้วน ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างเพียงพอ เชื่อถือได้ ทันเวลา ถูกต้อง และถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
๓) กำหนดให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำรายงานทางการเงินรายไตรมาสและประจำปี โดยให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบทานรายงานทางการเงินรายไตรมาสและตรวจสอบรายงานทางการเงินประจำปี เสนอต่อการประชุมของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
๔) กำหนดให้มีการจัดทำรายงานประจำปีของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ประเมินฐานะ และแนวโน้มของการรถไฟแห่งประเทศไทย ควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีรายงานทางการบริหารที่จำเป็นเพื่อการวิเคราะห์ในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากรายงานทางการเงินและรายงานการตรวจสอบ รายงานการเข้าร่วมประชุมของกรรมการ และ/หรือกรรมการเฉพาะเรื่อง โดยเปรียบเทียบกับจำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการและ/หรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่องในแต่ละปี
๕) จัดให้มีหน่วยงานประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลและผลงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย อย่างสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพ ขจัดความสับสนและการเข้าใจที่ผิดในข้อเท็จจริง
๖) จัดให้มีหน่วยงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ทั้งของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยตรงและของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นช่องทางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ แก้ไขปัญหาและตอบชี้แจงผู้ร้องทุกข์ ทั้งนี้ ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้วางระบบการรับเรื่องราวร้องทุกข์บนเว็บไซดต์ด้วย


การเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องจัดทำรายงานเปิดเผยรายการที่สงสัยว่าตนเอง ญาติ บุคคลในครอบครัวมีผลประโยชน์ที่ขัดกันกับผลประโยชน์ของการรถไฟแห่ง ประเทศไทยและต้องถือปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์
๑) คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องพิจารณาความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างมีเหตุผลและเป็นอิสระภายใต้กรอบจริยธรรมที่ดี โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทย หากพบความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือประเด็นที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือเป็นการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวโยงกัน หรือเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับเรื่องที่พิจารณา ซึ่งกรรมการจะเปิดเผยต่อคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยทันทีที่ทราบ กรรมการจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่ตนมีผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ด้วย
๒) ผู้ว่าการ พนักงาน ลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องจัดทำรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์เสนอต่อคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือผู้บังคับบัญชา เป็นประจำทุกปี หรือเมื่อได้รับตำแหน่งใหม่ หรือมีการกระทำ เหตุการณ์ ที่ถือว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบการที่กำหนด (ภาคผนวก ค)

การสร้างมูลค่าเพิ่ม

การกำกับดูแลกิจการรถไฟแห่งประทศไทย โดยสุจริตโปร่งใสเป็นธรรม มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดการบริหารกิจการมีความราบรื่น เพิ่มโอกาสในการแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผลให้เกิดการเกิดความเชื่อมั่นต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย การระดมทุนจากภาครัฐจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจงรักภักดีต่อองค์กร ได้รับการยอมรับนับถือจากสาธารณชนส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)

ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ หรือกิจการที่ไม่ใช่ภาคธุรกิจ เป็นแนวคิดที่กำลังกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องทำความเข้าใจรูปแบบ ประโยชน์ และขั้นตอนการประยุกต์ใช้อย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เป็นเพียงกระแสยอดฮิตทางธุรกิจที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว หรือที่ทั่วไปอาจเข้าใจว่า เป็นเพียงการสร้างภาพชนิดหนึ่ง หรือมาตรฐานอุตสาหกรรมอีกอย่างหนึ่งเท่านั้น (คณะกรรมการกลุ่มความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนามาตรฐาน การเรียนการสอนและการวิจัยด้านบริหารธุรกิจแห่งประเทศไทย. ๒๕๕๕)

ความหมายของความรับผิดชอบต่อสังคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ความรับผิดชอบต่อสังคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย หมายถึง การประกอบกิจการด้วยความดูแลใส่ใจต่อผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ตลอดจนมีธรรมาภิบาล เป็นเครื่องกำกับให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสและยุติธรรม มีความตระหนักถึงผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมจะแก้ไขเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว กับการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาบูรณาการให้เกิดการดำเนินกิจการเป็นการสร้างความสำเร็จและประโยชน์สุข ซึ่งจะเป็นผลดีต่อความยั่งยืนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างแท้จริงสำหรับผู้มีส่วนได้เสียของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่แค่รัฐบาลเท่านั้น คำว่า มีส่วนได้เสียนี้รวมถึงพนักงาน ชุมชน สังคมบริเวณที่การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งอยู่ ลูกค้า หรือใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทย และมีโอกาสสร้างผลกระทบต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือได้รับผลกระทบจากการรถไฟแห่งประเทศไทย การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่การทำกิจการให้ถูกกฎหมายหรือถูกต้องแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนในมนุษย์ผู้มีส่วนได้เสียของการรถไฟแห่งประเทศไทย สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่ความอยู่รอดโดยรวม และรายได้ที่มั่นคงนั่นเอง ดังนั้น วิธีมองความรับผิดชอบต่อสังคมจึงคล้ายกับการมองการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา ซึ่งไม่สามารถลงทุนอย่างไร้ทิศทางได้ และยังต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนที่จะผลิดอกออกผลได้

ความเป็นมาของความรับผิดชอบต่อสังคม

แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคม เริ่มต้นจากการประชุมสุดยอดระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม (Earth Summit) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้มีการประกาศทิศทางใหม่ของการพัฒนาให้เป็น "การพัฒนาที่ยั่งยืน" หรือ Sustainable Development ที่ต้องคำนึงถึงปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น ปัญหาโลกร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาตินอกเหนือจากการคำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว ดังเช่นคำกล่าวของ Bjorn Stigson ประธานสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (World Business Council Sustainable Development หรือ WBCSD) ที่ว่า "ธุรกิจไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในสังคมที่ล้มเหลว" (Business cannot succeed in a society that fails.)
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ กระแสแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมมีพัฒนาการชัดเจนมากขึ้น เมื่อนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติในเวลานั้น ได้ออกมาเรียกร้องให้องค์กรธุรกิจและกิจการต่างๆ ทั่วโลกแสดงความเป็น พลเมืองที่ดีของโลก (Good Global Citizenship) รวมทั้งประกาศ "The UN Global Compact" เพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับองค์กรธุรกิจ
ประเทศไทยมีการรณรงค์ส่งเสริมให้กิจการทั้งภาคธุรกิจ และกิจการที่มิใช่ภาคธุรกิจ ให้ประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตามทิศทางสากลอย่างมีคุณธรรม เพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์สุขแก่กิจการ ผู้มีส่วนได้เสีย สังคม สิ่งแวดล้อมและประเทศชาติอย่างแท้จริง
นอกจากการประยุกต์ใช้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมตามแนวสากลที่มีแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยควรบูรณาการองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทย อาทิ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรมของศาสนาตามความเชื่อถือ คุณลักษณะของคนไทย ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่นๆ ประกอบด้วย เพื่อให้การดำเนินกิจการมีความเป็นอัตลักษณ์พิเศษเฉพาะของคนไทย คือ การปลูกฝังพนักงานให้มีสำนึกของจิตอาสาและจิตสาธารณะผ่านทางปรัชญา ค่านิยมและวัฒนธรรมตามแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย
หน่วยงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลหลายแห่ง ได้จัดทำแนวทางการดำเนินกิจการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หนึ่งในนั้นคือ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (The International Organization for Standardization หรือ ISO) ซึ่งพัฒนามาตรฐานว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม หรือมาตรฐาน ISO ๒๖๐๐๐ Social Responsibility และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ISO ๒๖๐๐๐ เสนอแนะแนวทางสำหรับกิจการทุกประเภทของประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้ดำเนินกิจการในทุกกระบวนการด้วยรูปแบบที่รับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มมากขึ้นอย่างครอบคลุมผลกระทบของกิจการที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการเคารพสิทธิมนุษยชนและผลประโยชน์ผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น

ความสำคัญและประโยชน์จากความรับผิดชอบต่อสังคม

ความสำคัญ
การดำเนินกิจการให้ยั่งยืน ไม่เพียงแต่หมายถึง การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและดำเนินงานโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกๆ ส่วนทั้งภายในและภายนอกการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย ดังนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ประโยชน์ต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย

๑) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการสร้างผลกำไรที่ดีที่สุด
๒) ปรับปรุงความสัมพันธ์และสร้างมุมมองใหม่ๆ กับผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงติดต่อสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียที่แตกต่างกันได้ดีขึ้น
๓) สร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดี รวมทั้งส่งเสริมให้ได้รับความไว้วางใจจากสาธารณชนเพิ่มขึ้น
๔) ปรับปรุงการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น
๕) ปรับปรุงความน่าเชื่อถือและความเป็นธรรมของธุรกรรมต่างๆ มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและปฏิเสธการคอร์รัปชั่น
๖) ส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจเกี่ยวกับความคาดหวังของสังคมบนพื้นฐานของความเข้าใจที่ดีขึ้น
๗) เพิ่มโอกาสแก้ไขและลดความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคมและความเสี่ยงอื่นๆ
๘) สร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมทั้งภายในและนอกกิจการ ก่อให้เกิดความเจริญเติบโตควบคู่กับผล กำไรสูงขึ้น
๙) ช่วยสร้างความประหยัดแก่ระบบการผลิต เนื่องจากการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลและปริมาณของเสียที่ลดลง
๑๐) สร้างความภักดี การมีส่วนร่วมและขวัญกำลังใจ รวมถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีให้กับ พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย
๑๑) ส่งผลในทางบวกต่อการสรรหา จูงใจและรักษาพนักงานเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านทรัพยากรบุคคล

องค์ประกอบในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม


การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ประกอบด้วย ๒ มิติ ดังนี้

๓.๔.๑ มิติภายใน
๑) การจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างมีความรับผิดชอบ การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องดึงดูดพนักงานที่มีความสามารถ จึงควรจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่างมีความรับผิดชอบ เช่น ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต การฝึกอบรม หรือมีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ เช่น การสนับสนุนช่วงต่อระหว่างโรงเรียนมาสู่พนักงาน การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ๆ, ให้ข้อมูลที่โปร่งใสกับพนักงานทุกๆ ด้าน, ให้ความสมดุลระหว่างงาน ชีวิตครอบครัว และการพักผ่อน, ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมด้านการคัดเลือกเข้าทำงาน รายได้ และความก้าวหน้าทางการงาน โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้พิการ, ดูแลเอาใจใส่พนักงาน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดปัญหาสุขภาพจากการงาน
๒) สุขภาวะและความปลอดภัยในการทำงาน แม้จะมีกฎหมายควบคุมดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน แต่การคิดว่า จะทำอย่างไรให้พนักงานมีสุขภาพและความปลอดภัยที่ดี เป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการปฏิบัติตามกฎหมายขั้นต่ำเสียอีก เพราะพนักงานที่มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงย่อมนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทย
๓) การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของการรถไฟแห่งประเทศไทย การลดการใช้ทรัพยากร การลดปล่อยสารพิษของเสียและคาร์บอน เป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการลดต้นทุนพลังงานและการจัดการของเสียต่างๆ นำไปสู่ผลกำไรที่สูงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญเป็นการสร้างภาพลักษณ์การรถไฟแห่งประเทศไทยในประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ได้ประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
๔) ธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินกิจการ ความเชื่อมั่นต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ ความโปร่งใสและขั้นตอนการตัดสินใจต่างๆ ที่ชัดเจนตรวจสอบได้ จึงสำคัญต่อความมั่นคงของการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะการบริหารจัดการที่โปร่งใสทางบัญชี และกระบวนการตัดสินใจในทุกระดับ ย่อมนำไปสู่ข้อมูลที่ตรวจสอบและเข้าถึงได้โดยผู้เกี่ยวข้อง

๓.๔.๒ มิติภายนอก
๑) การจัดการกับคู่ค้าที่รับผิดชอบต่อสังคม การเลือกคู่ค้า การรถไฟแห่งประเทศไทยควรคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการนั้นๆ ด้วย เพื่อขยายความรับผิดชอบต่อสังคมของตนไปสู่กิจการดังกล่าวให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต เช่น การช่วยพัฒนาระบบการทำงานของคู่ค้าให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมตาม มาตรฐานที่วางไว้ การจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทค้าปลีกต่างๆ ไปพร้อมๆ กับการลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไร การเลือกคู่ค้าที่ผลิตสินค้าโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การซื้อสินค้าที่ลดการใช้หีบห่อโดยไม่จำเป็น เป็นต้น
๒) การดูแลลูกค้า การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องมีระบบดูแลและรับผิดชอบต่อลูกค้าในทุกๆกระบวนการของสินค้าและบริการ ตั้งแต่การผลิตการจำหน่ายไปจนถึงการทิ้งให้ปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเชิงคุณภาพ ราคา และจริยธรรม นอกจากนั้น ยังสามารถผลิตและจำหน่ายสินค้า และบริการเฉพาะด้านให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภค หรือแม้แต่ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้ได้กับทุกกลุ่มรวมถึงผู้พิการ ที่เรียกว่า Design for all
๓) ความรับผิดชอบต่อชุมชนใกล้เคียง การดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องพึ่งพาชุมชนในรูปแบบแรงงาน ความร่วมมือและอื่นๆ ดังนั้น ควรช่วยเหลือด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชนผ่านการพัฒนา เพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนนั้นๆ ซึ่งผลตอบแทนที่จะได้รับ คือภาพลักษณ์ที่ดีและความร่วมมือของชุมชนที่พร้อมจะช่วยเหลือการรถไฟแห่งประเทศไทย
๔) ความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม การรถไฟแห่งประเทศไทยควรจัดให้มีกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องและสนใจ ซึ่งเป็นการแสดงบทบาทผู้นำต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม และกิจกรรมเหล่านี้ควรวัดผลได้ ดังนั้น ต้องวางแผนและหาพันธมิตรในการปฏิบัติงานซึ่งจะนำมาสู่ภาพลักษณ์ที่ดี อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและคุณค่าให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ในมุมมองของผู้บริโภคและผู้มีส่วนได้เสีย

จรรยาบรรณของการรถไฟแห่งประเทศไทย

เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาไว้ซึ่งแบบแผน ขอบเขต มาตรฐาน ความประพฤติที่ดี ส่งเสริมชื่อเสียงเกียรติคุณ ทั้งต่อตนเองและการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการกำหนดจรรยาบรรณของคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยไว้ ดังนี้

๔.๑ จรรยาบรรณของกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย

๑) ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย
๒) ต้องบริหารงานเพื่อประโยชน์ของรัฐ องค์กร และพนักงาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตตลอดจนรักษาภาพลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
๓) ต้องบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยไม่ฝักใฝ่การเมืองและวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อรัฐ องค์กร และพนักงาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
๔) ต้องไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือในกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
๕) พึงบริหารงานโดยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้การบริหารเป็นไปอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ผลประโยชน์ข้างต้นรวมถึง
๕.๑ ไม่หาผลประโยชน์ส่วนตัวจากการเป็นกรรมการ
๕.๒ ไม่ใช้ความลับของการรถไฟแห่งประเทศไทยในทางที่ผิด
๕.๓ ไม่เป็นกรรมการในบริษัทที่เป็นคู่แข่งกับการรถไฟแห่งประเทศไทย
๕.๔ ไม่มีผลประโยชน์ในการทำสัญญาของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๖) ต้องบริหารงานด้วยความระมัดระวังและไม่สร้างข้อผูกมัดที่อาจขัดแย้งกับหน้าที่ของตนในภายหลัง
๗) ต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากการทำงานไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
๘) ต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการรถไฟแห่งประเทศ ไทย
๙) ต้องไม่เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นผู้ถือหุ้นสำคัญ หรือบุคคลในครอบครัวเป็นกรรมการหรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหรือธุรกิจค้าใด อันมีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันหรือทำธุรกิจกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ว่ากระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น
๑๐) ต้องไม่กระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการเข้าไปบริหารหรือจัดการใดๆ ต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ในลักษณะที่มีผลบั่นทอนผลประโยชน์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือเอื้อประโยชน์ให้บุคคลหรือต่อบุคคลใดๆ ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือของผู้อื่น
๑๑) ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๓ ออกตามมาตรา ๑๐๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒

๔.๒ จรรยาบรรณของผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย

๑) ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนมติที่ประชุมของคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย
๒) ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ และ การรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต
๓) ต้องไม่ฝักใฝ่การเมืองและวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด
๔) ต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันมิชอบจากหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
๕) ควรมีความเข้าใจในสาระข้อเท็จจริงต่างๆ ในทุกๆ ประเด็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้แก่ ข่าวสารบริการ และกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อแนะนำการใช้บริการอย่างถูกต้อง
๖) พึงมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีกิริยาวาจามารยาทที่สุภาพเรียบร้อยต่อผู้ร่วมงาน ลูกค้า และผู้มาติดต่อทุกคน
๗) ต้องประพฤติตนให้เหมาะสม รักษาและเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
๘) ต้องไม่เข้าเสนอราคา หรือทำสัญญาเป็นผู้ขาย หรือผู้รับจ้าง ในการจัดซื้อ หรือจัดจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งรับจ้างช่วงงานจากผู้ขาย หรือผู้รับจ้างดังกล่าว ไม่ว่าจะกระทำในนามของผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง นั้นเอง หรือในนามของบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลใดๆ ซึ่งผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน
๙) ต้องปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๓ ออกตามมาตรา ๑๐๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒

2

๔.๓ มาตรฐานจริยธรรมของพนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย

๑) จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
๒) ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือประโยชน์ส่วนตน
๓) มีจิตสำนึกที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต รวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
๔) ยึดมั่นระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายตำแหน่งต่าง ๆ
๕) เคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพอาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด
๖) รักษาและสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ร่วมงาน พร้อมให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ในทางที่ชอบ
๗) แสดงความรับผิดชอบเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด
๘) ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ให้กับผู้ร่วมงาน
๙) ไม่นำข้อมูลข่าวสารอันเป็นความลับของราชการไปเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลภายนอก
๑๐) ละเว้นการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
๑๑) ไม่เรียกร้องของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นจากบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ อันอาจ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน และจะต้องดูแลคู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลในครอบครัวของตน ปฏิบัติเช่นเดียวกัน
๑๒) ไม่ใช้หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
๑๓) รักษาทรัพย์สินของราชการและใช้ทรัพย์สินของราชการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์นั้น ๆ เท่านั้น
๑๔) ไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมายหรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทาง เสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
๑๕) ปฏิบัติต่อองค์กรธุรกิจที่ติดต่อทำธุรกิจกับการรถไฟแห่งประเทศไทยตามระเบียบและขั้นตอน อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ
๑๖) บริการประชาชนด้วยความเที่ยงธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและปราศจากอคติ
๑๗) ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงประชาชนและส่วนรวมเป็นหลัก มีไมตรีจิต ซึ่งรวมถึงการมีมารยาท สุภาพ มีอัธยาศัย และมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

๔.๔ ค่านิยมหลักของพนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย

๑) ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
๒) ยึดมั่นคุณธรรมและจริยธรรม
๓) มีจิตสำนักที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริตและรับผิดชอบ
๔) ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
๕) ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย
๖) ให้บริการประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
๗) ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
๘) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
๙) ยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณของการเป็นพนักงานและลูกจ้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ดี