6 กันยายน 2556 12:00 น.
ความเป็นมา
        จากสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาสินค้าทางการเกษตรมีการปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 36 ส่งผลให้ดัชนีราคาผู้บริโภคหรืออัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ระดับร้อยละ .9 และในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2551 อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 6.3 และมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านลบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

         แม้ว่ารัฐบาลจะได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกำหนดมาตรการในการเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายของประชาชน ซึ่งได้แก่
                   1. มาตรการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ
                   2. มาตรการปรับเพิ่มเงินเดือนและค่าครองชีพของข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ
                   3. มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้น และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551
                   4. มาตรการแก้ไขวิกฤตพลังงาน และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ตามมติคณะรัฐมนตรี
                       เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551
                   5. มาตรการเงินทุนเพื่อประชาชน และเศรษฐกิจฐานราก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1
                       เมษายน 2551 แล้วก็ตาม
         

           แต่การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และราคาอาหาร ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่มีรายได้น้อย คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติอนุมัติ เรื่อง 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 โดยในส่วนของการรถไฟฯ ให้ดำเนินการมาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทาง โดยรถไฟชั้น 3 ซึ่งจัดให้บริการเดินทางฟรีแก่ประชาชนในกลุ่มรถบริการเชิงสังคมทั้งหมด จำนวน 164 ขบวน และต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2551 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การรถไฟฯ ให้บริการเดินทางรถไฟชั้น 3 (รถเร็ว) แก่ประชาชนฟรี
ซึ่งเป็นขบวนรถในกลุ่มรถเชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน ครอบคลุมทุกเส้นทาง เพิ่มเติม เนื่องจากขบวนรถบริการ
เชิงสังคมให้บริการเดินทางช่วงสั้นๆ ประชาชนต้องเสียเวลาในการต่อการเดินทางไปยังปลายทาง ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง และอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หากเปลี่ยนการเดินทางในรูปแบบอื่น เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทาง จากนั้นรัฐบาลได้เห็นชอบให้การรถไฟฯ ดำเนินการขยายมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผู้มีรายได้น้อยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 12 ระยะ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2556
 


หลักการและเหตุ

       เป็นการกำหนดมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะสั้น โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในภาคประชาชน ตลอดจนลดผลกระทบต่อรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มของประชาชนที่มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจมีความรุนแรงขึ้นในภาคการบริโภค


กลุ่มเป้าหมาย และผู้ได้รับผลประโยชน์

        ครอบคลุมการเดินทางของประชาชนผู้มีรายได้น้อยของ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ลูกจ้างภาคเอกชน ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าต่างๆ  ฯลฯ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ส่วนภูมิภาคให้ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวต่อไป


วิธีการดำเนินการ
       การรถไฟฯ ได้จัดให้บริการเดินทางในรถไฟชั้น 3 ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในกลุ่มขบวนรถบริการเชิงสังคม และกลุ่มขบวนรถเชิงพาณิชย์ (รถเร็ว) เฉพาะชั้น 3 เท่านั้น โดยออกตั๋วโดยสารให้กับประชาชนชาวไทยเท่านั้น ต้องแสดงสิทธิต่อพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ออกตั๋วโดยสาร ในขบวนรถฟรีทุกขบวนที่สถานีรถไฟ หรือกรณีที่ผู้โดยสารขึ้นขบวนรถไฟฟรีที่ป้ายหยุดรถ/ที่หยุดรถย่อย ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ออกตั๋วโดยสารเดินทางผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ให้ผู้โดยสารสามารถรับตั๋วกับเจ้าหน้าที่บนขบวนรถได้ โดยแสดงสิทธิการขอรับตั๋วเช่นเดียวกันกับสถานี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และบันทึกสถิติการใช้บริการของผู้โดยสาร และรายได้จากการให้บริการ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลตามนโยบาย ต่อไป

จำนวนขบวนรถที่ให้บริการฟรี
  1. ขบวนรถบริการเชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน ได้แก่
ประเภทรถ
เส้นทางสาย
เหนือ
ตะวันออกเฉียงเหนือ
ตะวันออก
ใต้
แม่กลอง
รวม (ขบวน)
รถธรรมดา
8
2
12
10
0
32
รถชานเมือง
13*
6
18*
4*
34
75
รถท้องถิ่น
7
24
0
14*
8
53
รถรวม
0
0
0
4
0
4
รวม
28*
32
30*
32*
42
164


      2. ขบวนรถเชิงพาณิชย์ (รถเร็ว) จำนวน 8 ขบวน ได้แก่
เส้นทางสาย ขบวนรถที่ สถานี จาก - ถึง จำนวนขบวน
สายเหนือ
109
กรุงเทพ - เชียงใหม่
1
 
102
เชียงใหม่ - กรุงเทพ
1
สายตะวันออกเฉียงเหนือ
133
กรุงเทพ - หนองคาย
1
 
134
หนองคาย - กรุงเทพ
1
 
145
กรุงเทพ - อุบลราชธานี
1
 
146
อุบลราชธานี - กรุงเทพ
1
สายใต้
171
กรุงเทพ - สุไหงโกลก
1
 
172
สุไหงโกลก - กรุงเทพ
1
รวม
8


ความหมาย และขอบเขตของขบวนรถบริการเชิงสังคม และเชิงพาณิชย์

           บริการเชิงสังคม (Public Service Obligation) หมายถึง บริการซึ่งเป็นพันธะกรณีที่การรถไฟฯ ถูกกำหนดให้ดำเนินการโดยรัฐบาล และมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่สาธารณะชน โดยในฐานะผู้ประกอบการเชิงธุรกิจ การรถไฟฯ ไม่ประสงค์จะจัดเดินขบวนรถดังกล่าว เนื่องจากปัญหาการขาดทุน หรือการใช้ทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพ

           บริการเชิงพาณิชย์ (Commercial) หมายถึง การบริการในเส้นทางที่สามารถทำกำไรได้ เช่น การเดินขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว และรถอื่นๆ ที่มิได้กล่าวไว้ในบริการเชิงสังคม

ขอบเขตของขบวนรถบริการเชิงสังคม เป็นบริการด้านการโดยสาร ซึ่งได้แก่ ขบวนรถ ดังนี้.-
  1. ขบวนรถรวม (Mixed Train) ได้แก่ ขบวนรถที่มีทั้งผู้โดยสาร และตู้รถสินค้า สำหรับขนส่งผู้โดยสารและสินค้าต่างๆ โดยหยุดรับ-ส่งทุกสถานี
  2. ขบวนรถชานเมือง (Bangkok Commuter Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสถานีปลายทาง ที่มีระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ซึ่งรวมถึงรถโดยสารสายแม่กลอง ตอนวงเวียนใหญ่ – มหาชัย ด้วย
  3. ขบวนรถท้องถิ่น (Local Commuter Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างสถานีต่างๆ ที่ไม่ใช่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นอกจากนี้ ยังรวมถึงรถโดยสารสายแม่กลอง ตอนบ้านแหลม – แม่กลอง ด้วย
  4. ขบวนรถธรรมดา (Ordinary Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสถานีปลายทางที่มีระยะทางมากกว่า 150 กิโลเมตร และหยุดเกือบทุกสถานี
ช่องรับตั๋วรถไฟชั้น 3 ฟรี สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)
ผู้ใช้บริการเข้าแถวแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
เพื่อขอรับตั๋วรถไฟชั้น 3 ฟรี
บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
ที่จอดเทียบขบวนรถไฟชั้น 3 ฟรี
รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.) ขบวนรถท้องกิ่น
รถดีเซลราง ขบวนรถชานเมือง
ขบวนรถธรรมดา

ขอบเขตของขบวนรถเชิงพาณิชย์ เป็นบริการด้านการโดยสาร และสินค้า ซึ่งบริการด้านการโดยสาร ได้แก่ ขบวนรถ ดังนี้.-
  1. ขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีน้อยแห่ง
  2. ขบวนรถด่วน (Express Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีมากแห่งกว่าขบวนรถด่วนพิเศษ
  3. ขบวนรถเร็ว (Rapid Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่จัดไว้สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสารระยะทางไกล และหยุดสถานีมากแห่งกว่าขบวนรถเวน
  4. ขบวนรถวิ่งระหว่างเมืองใหญ่ (Inter City Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารประเภทรถนั่งล้วน ที่จัดไว้สำหรับการโดยสารในระยะกลาง และรับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองใหญ่ๆ ปัจจุบันใช่รถดีเซลรางที่มีความเร็วสูงในการให้บริการ
  5. ขบวนรถพิเศษ (Special Train) ได้แก่ ขบวนรถโดยสารที่ให้เช่าเหมาขบวนเป็นเฉพาะกรณี
  6. ขบวนรถท่องเที่ยว (Excursion Train) ได้แก่ขบวนรถโดยสาร ซึ่งให้บริการท่องเที่ยว

ขบวนรถเร็วที่ 171/172
เดินในเส้นทางสายใต้ ระหว่างสถานีกรุงเทพ-สุไหงโกลก

ผู้โดยสารที่ใช้บริการกับขบวนรถเร็วชั้น 3 ฟรี
ระยะเวลาการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี
          การดำเนินงานของการรถไฟฯ ใช้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายรัฐบาล “ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤต เพื่อคนไทยทุกคน ”เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา โดยมีมติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ดังนี้.-

ระยะที่
มติ ครม.
ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่
เริ่มวันที่  - สิ้นสุดวันที่
ระยะเวลา
(เดือน)
1
15 กรกฎาคม 2551
1 สิงหาคม 2551 – 31 มกราคม 2552
6
2
20 มกราคม 2552
1 กุมภาพันธ์ 2552 – 31 กรกฎาคม 2552
6
3
14 กรกฎาคม 2552
1 สิงหาคม 2552 – 31 ธันวาคม 2552
5
4
15 ธันวาคม 2552
1 มกราคม 2553 – 31 มีนาคม 2552
3
5
23 กุมภาพันธ์ 2553
1 เมษายน 2553 – 30 มิถุนายน 2553
3
6
29 มิถุนายน 2553
1 กรกฎาคม 2553 – 31 ธันวาคม 2553
6
7
21 ธันวาคม 2553
1 มกราคม 2554 – 28 กุมภาพันธ์ 2554
2
8
22 กุมภาพันธ์ 2554
1 มีนาคม 2554 – 30 มิถุนายน 2554
4
9
4 ตุลาคม 2554
1 กรกฎาคม 2554 – 15 มกราคม 2555
6 เดือน 15 วัน
10
10 มกราคม 2555
16 มกราคม 2555 – 30 เมษายน 2555
3 เดือน 16 วัน
11
1 พฤษภาคม 2555
1 พฤษภาคม 2555 – 30 กันยายน 2555
5
12
2 ตุลาคม 2555
1 ตุลาคม 2555 – 31 มีนาคม 2556
6
13*
31 มีนาคม 2556
1 เมษายน 2556 – 30 กันยายน 2556
6


ประมาณการงบประมาณชดเชยจากภาครัฐ
         

1. ช่วงระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2551 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2552 รวม 6 เดือน
    ตาม 6 มาตรการ 6 เดือน  ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน ตามมติ ครม. เมื่อ 15 กรกฎาคม 2551
         
เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
สิงหาคม 2551
3,288,563
53,780,736.00
53,780,736.00
กันยายน 2551
3,232,538
66,043,959.00
66,043,959.00
ตุลาคม 2551
3,320,512
103,171,079.00
103,171,079.00
พฤศจิกายน 2551
2,963,036
78,129,173.00
78,129,173.00
ธันวาคม 2551
3,160,357
90,148,612.00
90,148,612.00
มกราคม 2552
3,119,051
91,296,061.00
91,296,061.00
รวม
19,084,057
482,569,620.00
482,569,620.00

2. ช่วงระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2552 รวม 6 เดือน (ระยะที่ 1)
    ตาม 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
กุมภาพันธ์ 2552
2,701,319
95,000,000.00
72,298,606.00
มีนาคม 2552
3,081,132
110,000,000.00
97,519,618.00
เมษายน 2552
2,730,944
123,000,000.00
98,960,158.00
พฤษภาคม 2552
2,828,535
102,000,000.00
84,735,706.00
มิถุนายน  2552
2,747,005
78,000,000.00
70,388,986.00
กรกฎาคม 2552
2,377,253
92,000,000.00
63,797,780.00
รวม
16,466,188.00
600,000,000.00
487,700,854.00

3. ช่วงระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 รวม 5 เดือน (ระยะที่ 2)
    ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2552

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
สิงหาคม 2552
2,979,443
84,000,000.00
80,972,876.00
กันยายน 2552
2,956,624
79,000,000.00
84,962,715.00
ตุลาคม 2552
2,886,565
109,000,000.00
93,847,209.00
พฤศจิกายน 2552
2,769,044
83,000,000.00
76,572,097.00
ธันวาคม  2552
2,975,924
97,000,000.00
87,425,627.00
รวม
14,567,600
452,000,000.00
423,780,569.00

4. ช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2553 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 รวม 3 เดือน  (ระยะที่ 3)
    ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
มกราคม 2553
2,960,270
95,000,000.00
82,454,356.00
กุมภาพันธ์ 2553
2,625,718
76,000,000.00
73,480,892.00
มีนาคม 2553
2,827,620
98,000,000.00
94,513,276.00
รวม
8,413,608
269,000,000.00
250,448,524.00

5. ช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2553 รวม 3 เดือน (ระยะที่ 4)
    ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
เมษายน 2553
2,715,375
105,000,000.00
102,545,308.00
พฤษภาคม 2553
2,749,642
94,000,000.00
89,346,561.00
มิถุนายน 2553
2,742,665
80,000,000.00
75,021,357.00
รวม
8,207,682
279,000,000.00
266,913,226.00

6. ช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 รวม 6 เดือน (ระยะที่ 5)
     ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
กรกฎาคม 2553
2,857,593
75,524,354.00
84,467,014.00
สิงหาคม 2553
2,850,583
85,261,381.00
83,345,995.00
กันยายน 2553
2,757,671
85,503,480.00
80,233,522.00
ตุลาคม 2553
2,790,731
100,239,364.00
95,652,692.00
พฤศจิกายน 2553
2,645,637
84,108,171.00
75,999,326.00
ธันวาคม 2553
3,060,622
100,082,820.00
89,207,694.00
รวม
16,962,837
530,719,570.00
508,906,243.00

7. ช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 รวม 2 เดือน (ระยะที่ 6)
    ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
มกราคม 2554
3,210,891
95,176,013.00
91,980,765.00
กุมภาพันธ์ 2554
2,826,559
75,508,456.00
78,879,865.00
รวม
6,037,450
170,684,469.00
170,860,630.00

8. ช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2554 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 รวม 4 เดือน  (ระยะที่ 7)
    ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
มีนาคม 2554
2,987,914
97,186,776.00
96,852,783.00
เมษายน 2554
2,887,440
104,030,414.00
99,539,629.00
พฤษภาคม 2554
2,947,862
95,592,986.00
100,220,855.00
มิถุนายน 2554
2,901,789
79,350,621.00
78,468,845.00
รวม
11,725,005
376,160,797.00
375,082,112.00

9. ช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2555 รวม 6 เดือน 15 วัน
    (ระยะที่ 8)  ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2554
เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
กรกฎาคม 2554
3,064,156
89,000,000.00
90,606,760.00
สิงหาคม 2554
2,991,608
89,000,000.00
83,139,295.00
กันยายน 2554
2,736,096
86,000,000.00
74,996,976.00
ตุลาคม 2554
2,381,869
102,000,000.00
71,562,978.00
พฤศจิกายน 2554
2,279,074
87,000,000.00
61,365,712.00
ธันวาคม 2554
2,720,601
106,000,000.00
78,722,303.00
1-15 มกราคม 2555
1,370,645
56,000,000.00
41,445,589.00
รวม
17,544,049
615,000,000.00
501,839,613.00

10.ช่วงระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2555 รวม 3 เดือน 16 วัน (ระยะที่ 9)
     ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
16-31 มกราคม 2555
1,468,585
44,000,000.00
41,510,918.00
กุมภาพันธ์ 2555
2,518,695
84,000,000.00
68,204,499.00
มีนาคม 2555
2,755,747
103,000,000.00
84,842,210.00
เมษายน 2555
2,570,032
109,000,000.00
92,305,547.00
รวม
9,313,059
340,000,000.00
286,863,174.00

11. ช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 รวม 5 เดือน  (ระยะที่ 10)
     ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555
 
เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
พฤษภาคม 2555
2,657,519
106,000,000.00
81,488,786.00
มิถุนายน 2555
2,616,460
85,000,000.00
70,823,930.00
กรกฎาคม 2555
2,628,515
95,000,000.00
70,893,182.00
สิงหาคม 2555
2,688,948
89,000,000.00
78,415,876.00
กันยายน 2555
2,431,859
83,000,000.00
64,782,284.00
รวม
10,591,442
458,000,000.00
301,621,774.00


12. ช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2556 รวม 6 เดือน (ระยะที่ 11)             ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
ตุลาคม 2555
2,689,083
96,000,000.00
86,726,969.00
พฤศจิกายน 2555
2,396,235
79,000,000.00
66,510,685.00
ธันวาคม 2555
2,479,689
105,000,000.00
72,346,923.00
มกราคม 2556
2,501,165
106,000,000.00
72,341,810.00
กุมภาพันธ์ 2556
2,267,498
74,000,000.00
61,326,792.00
มีนาคม 2556
2,394,491
95,000,000.00
75,418,684.00
รวม
14,728,161
555,000,000.00
434,671,863.00 

13. *ช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน  2556 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2556 รวม 6 เดือน (ระยะที่ 12)             ขยายระยะเวลาการดำเนินการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2556

เดือน
จำนวนผู้โดยสาร (คน)
วงเงินชดเชยจากภาครัฐ (บาท)
ประมาณการตั้งเบิก
ผลดำเนินงาน/ขอรับชดเชย
เมษายน 2556
2,292,842
113,000,000.00
84,005,330.00
พฤษภาคม 2556
2,295,478
93,000,000.00
72,814,728.00
มิถุนายน 2556
2,200,282
81,000,000.00
59,479,730.00
กรกฎาคม 2556
2,265,800
89,000,000.00
63,170,103.00
สิงหาคม 2556
 
92,000,000.00
 
กันยายน 2556
 
80,000,000.00
 
รวม
9,054,402
548,000,000.00
279,469,891.00

ปัญหา และอุปสรรค


           1. ผู้โดยสารที่เดินทางกับขบวนรถบริการเชิงสังคม จำนวน ๑๖๔ ขบวน เช่น ขบวนรถธรรมดา ขบวนรถชานเมือง ขบวนรถท้องถิ่น และขบวนรถรวม จะมีผู้โดยสารหนาแน่นในบางช่วงตอน โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน (เช้า/เย็น) เช่น สายเหนือ/สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงระหว่างสถานีรังสิต ถึงสถานีกรุงเทพ สายใต้ ช่วงระหว่างสถานีนครปฐม ถึงสถานีธนบุรี/กรุงเทพ สายตะวันออก ช่วงระหว่างสถานีฉะเชิงเทรา ถึงสถานีกรุงเทพ สายสมุทรสาคร ช่วงระหว่างสถานีมหาชัย ถึงสถานีวงเวียนใหญ่ และช่วงระหว่างสถานีบ้านแหลม ถึงสถานีแม่กลอง เป็นต้น ทำให้ไม่สามารถพ่วงรถโดยสารเพิ่มได้  เพราะเป็นการขึ้น/ลงช่วงสถานีสั้นๆ หรือใกล้ๆ กัน และอาจทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับการพ่วงรถโดยสารเพิ่มในแต่ละขบวนต้องคำนึงถึงกำลังหรือหน่วยลากจูงของรถจักรที่ทำขบวนเป็นหลัก ว่าสามารถพ่วงเพิ่มได้มากน้อยเพียงไร เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารโดยการเดินทางของผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางในระยะทางสั้นๆ มีการขึ้นและลงเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นการเดินทางในลักษณะของการไปปฏิบัติงาน / ไปสถานศึกษา / ค้าขาย  ฯลฯ เป็นต้น

           2. ขบวนรถเชิงพาณิชย์ (ขบวนรถเร็ว) จำนวน ๘ ขบวน เฉพาะรถไฟชั้น ๓ ฟรีเท่านั้น มีผู้โดยสารหนาแน่นเฉลี่ยเกินกว่า ๑๐๐ % ทุกขบวน เนื่องจากผู้โดยสารที่จะเดินทางในระยะไกลๆ โดยไม่ต้องต่อขบวนรถหลายๆ ขบวน ภายในวันเดียวกันส่วนใหญ่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ส่วนหนึ่ง เนื่องเป็นขบวนรถไฟฟรีตามนโยบายรับบาล แต่การรถไฟฯ ไม่สามารถพ่วงตู้รถโดยสารเพิ่มได้ อีกเนื่องจากขบวนรถได้มีการพ่วงรถโดยสารประกอบด้วย รถนั่งชั้นที่ ๒ ปรับอากาศ รถนั่งและนอนชั้นที่ ๒ ธรรมดาและปรับอากาศ ในขบวนด้วย ทำให้เต็มหน่วยลากจูงของขบวนรถ หรือกำลังลากของรถจักร การพ่วงรถโดยสารเกินกว่าหน่วยลากจูงของรถจักร อาจส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินขบวนรถได้


แนวทางการแก้ไขปัญหา

           1. มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบถึงกำหนดเวลาการเดินขบวนรถเชิงสังคมอย่างทั่วถึง  และต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทางกับขบวนรถเที่ยวอื่นๆ ได้ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาของขบวนรถที่มีเดินอยู่อีกหลายขบวน

           2. ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปกับขบวนรถบริการเชิงสังคม และขบวนรถเชิงพาณิชย์ (ขบวนรถเร็ว) รถไฟฟรีชั้น ๓ เท่านั้น จำนวน ๘ ขบวน ทราบว่า เมื่อจะเดินทางไปขบวนรถรถใด ขอให้ผู้ใช้บริการไปขอตั๋วที่ท่านจะเดินทางไปขบวนรถนั้นๆ ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของสถานีนั้น โดยขอให้ท่านแสดงบัตรประชาชน เพื่อแสดงหลักฐานว่าผู้ใช้บริการเป็นชาวไทย เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้ประชาชนชาวไทยผู้มีรายได้น้อย สามารถเดินทางโดยทางรถไฟเฉพาะชั้นที่ ๓ ฟรีเท่านั้น หากเป็นผู้ใช้บริการต่างชาติ ให้เรียกเก็บค่าโดยสารตามระยะทางที่เดินทางจริง และหากมีการจำหน่ายตั๋วที่นั่งในขบวนรถเชิงพาณิชย์เต็มหมดแล้ว การรถไฟฯ ไม่สามารถพ่วงเพิ่มตู้รถโดยสารได้อีก เนื่องจากได้มีการพ่วงรถโดยสารจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนแล้ว ขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทาง เปลี่ยนการเดินทางไปใช้บริการกับขบวนรถอื่นๆ ในเส้นทางเดียวกันตามความเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยต่อไป


ผู้ประสานงาน
         

นายวิรัตน์  แก้วทอง                ตำแหน่ง หัวหน้ากองพาณิชย์โดยสาร  ฝ่ายการพาณิชย์
การรถไฟแห่งประเทศไทย       โทรศัพท์ ๐-๒๒๒๐-๔๒๔๐          โทรสาร ๐-๒๒๒๐-๔๒๔๙
 
*อพณ.ที่ รฟ.พณ.1000/823/2556 ลง 4 กันยายน 2556