การรถไฟแห่งประเ์ทศไทย

 
เยี่ยมชมวันนี้ 1 [ ทั้งหมด 22,607 ]

         โครงการทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกตอนฉะเชิงเทรา – ศรีราชา – แหลมฉบัง พร้อมติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
 
19 พฤศจิกายน 2552 12.00 น.
 
         เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของการขนส่งทางรถไฟในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขนส่งสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบังและสถานี ICD ที่ลาดกระบัง การรถไฟฯ ได้เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ตอนฉะเชิงเทรา -ศรีราชา- แหลมฉบัง ระยะทาง 78 กม. และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 ให้ดำเนินโครงการดังกล่าวได้ ต่อมาได้รับอนุมัติให้ปรับปรุงวงเงินลงทุนโครงการเป็นวงเงิน 5,850 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 และได้รับการบรรจุไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาระบบโลจีสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ.2550 - 2554
 
ลักษณะและที่ตั้งโครงการ
           ก่อสร้างทางรถไฟใหม่คู่ขนานไปกับทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกในปัจจุบัน จากฉะเชิงเทราไปศรีราชาและสุดปลายทางที่สถานีแหลมฉบัง ผ่านสถานีฉะเชิงเทรา ดอนสีนนท์ พานทอง ชลบุรี บางพระ ศรีราชา และแหลมฉบัง ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และชลบุรี
ขอบเขตของงาน
  1. ก่อสร้างทางรถไฟใหม่เพิ่มอีก 1 ทาง คู่ขนานไปกับทางรถไฟปัจจุบันจากสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา (กม.60+993) ไปตามเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกสู่สถานีศรีราชา (กม.130+605) และสิ้นสุดปลายทางที่สถานีแหลมฉบัง (กม.140+420) โดยมีการก่อสร้างแผ่นพื้น คสล. วางบนเสาเข็มเพื่อรองรับคันทางดินถมในช่วงที่เป็นดินเหนียวอ่อน (soft clay) จากฉะเชิงเทรา ถึงสถานีพานทอง ประมาณ 33 กิโลเมตร
  2. รื้อย้ายระบบอาณัติสัญญาณของทางรถไฟเดิมและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณบังคับสัมพันธ์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Based Interlocking :CBI) ทดแทนจำนวน 7 สถานี
  3. ติดตั้งอุปกรณ์ระบบส่งข้อมูล ความเร็วสูง (SDH) เพื่อเชื่อมต่อระบบโทรคมนาคม
  4. ปรับปรุงเครื่องกั้นถนนเสมอระดับ จำนวน 59 แห่ง พร้อมระบบควบคุม
  5. ติดตั้งอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ CBI เพื่อเชื่อมต่อกับระบบควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง (CTC) ให้สามารถควมคุมสั่งการและแสดงผลสถานีให้พื้นที่โครงการ
  6. ก่อสร้างสะพานรถไฟ ประกอบด้วย สะพานคอนกรีตช่วงยาว 3 แห่ง สะพานเหล็กช่วงยาว 1 แห่ง และสะพานช่วงสั้น 20 แห่ง
  7. ปรับปรุงโครงสร้างสะพานรถไฟเดิมเพื่อรองรับการขยายถนนของหน่วยงานท้องถิ่น
  8. ก่อสร้างอาคารบ้านพัก (หลังเดี่ยว) พร้อมที่ทำการ 3 หลัง บ้านเรือนแถว (6 หน่วย) 3 แห่ง และอาคาร ที่ทำการบริเวณสถานี 1 แห่ง
  9. ก่อสร้างรั้วตลอดแนวสองฝั่งของทางคู่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่งและโดยสาร
  10. รื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำที่ดินของการรถไฟฯ จำนวน 35 หลังไปอยู่ในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้
ปริมาณงานสำคัญ
  • งานถมดินคันทาง 730,000 ลูกบาศก์เมตร และงานชั้นรองพื้นทาง 170,000 ลูกบาศก์เมตร
  • สะพานคอนกรีตและสะพาน Viaduct 4,500 เมตร
  • สะพานโครงเหล็ก 50 เมตร
  • เข็มคอนกรีตหล่อสำเร็จรูป I (0.22 x 0.22 ม.) 1,800,000 เมตร และเข็มคอนกรีตหล่อสำเร็จ (0.525 x 0.525 ม.) 87,500 เมตร
  • เข็มเจาะ ( 0.80 เมตร) 4,000 เมตร สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง
  • ราง BS 80A (UIC 860) 380 เมตริกตัน (ในทางหลีก)
  • ราง BS 100A (UIC 860) 8,600 เมตริกตัน (ในทางประธาน)
  • หมอนคอนกรีตชนิดท่อนเดี่ยว 150,000 ท่อน พร้อมเครื่องยึดเหนี่ยวรางแบบเหล็กสปริง รับแรงบิด (Torsion Type)
  • ประแจ 1 : 12 BS 100A  จำนวน 57 ชุด และ 1 : 12 BS 80A  จำนวน 7 ชุด พร้อม bearer คอนกรีต
  • หินโรยทาง 180,000 ลูกบาศก์เมตร
  • แผ่นคอนกรีตสำหรับทางผ่านเสมอระดับ ยาวประมาณ 470 เมตร
  • รั้วตาข่ายอาบสังกะสี ประมาณ 155,000 เมตร
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ
     - ค่าจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและควบคุมงานก่อสร้าง         248.118   ล้านบาท
     - ค่าก่อสร้างและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณฯ                           3,926.000   ล้านบาท
                              รวมเป็นเงิน                                              4,174.118   ล้านบาท
ระยะเวลาก่อสร้าง    28 เดือน ( 8 พฤษภาคม 2551 – 7 กันยายน 2553)
 
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  • เพิ่มความจุของทางให้สามารถรองรับขบวนรถไฟได้เพิ่มขึ้น ลดระยะเวลาการรอหลีก ซึ่งจะทำให้สามารถทำขบวนได้เร็วขึ้น
  • ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายคมนาคมขนส่ง เพิ่มสมรรถนะทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยรองรับการขยายตัวของท่าเรือแหลมฉบังและปริมาณการขนส่งในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรถไฟ
  • สนับสนุนการดำเนินงานของสถานี ICD ที่ลาดกระบังซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายขีดความสามารถให้รองรับตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ได้มากกว่า 1 ล้าน TEU รองรับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อกระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ รวมทั้งการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศลาวผ่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาวที่หนองคาย
  • หากมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์จากรถบรรทุกมาใช้รถไฟในปริมาณ 500,000 TEU ต่อปี หรือเท่ากับขนส่งทางรถไฟ 22 ขบวนต่อวัน (60 TEU ต่อขบวน) จะสามารถประหยัดน้ำมัน ได้อย่างน้อยปีละ 200 ล้านบาท
  • ลดความแออัดของการขนส่งทางถนน ก่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างประสิทธิภาพ ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และลดอุบัติเหตุทางถนนลงได้อีกทางหนึ่งด้วย
           ทางคู่ตอนฉะเชิงเทรา – ศรีราชา – แหลมฉบัง นี้  เป็นโครงการหนึ่งที่บรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจีสติกส์ทางภาคพื้น (Surface)  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  ซึ่งจะเน้นการขนส่งทางรถไฟเป็นการขนส่งหลัก  โดยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขนส่งสินค้า (Logistics)  ในการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ด้วยรถไฟไปยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อการส่งออก  อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง กับสถานีรับส่งตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (ICD) ที่ลาดกระบัง 
วญส ที่ กส.579/ตผ./2552 ลง 3 กันยายน 2552
วญส ที่ กส.756/ตผ./2552 ลง 13 พฤศจิกายน 2552 แก้ไขบางส่วน
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เส้นทางคู่การรถไฟฯ ปัจจุบัน 2550
ผังเส้นทางคู่การรถไฟฯ