การรถไฟแห่งประเ์ทศไทย

 
เยี่ยมชมวันนี้ 1 [ ทั้งหมด 34,432 ]

         โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย พร้อมติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม
 
19 พฤศจิกายน 2552 12.00 น.
 
         โครงการก่อสร้างทางคู่เส้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของทางคู่ตอนศรีราชา – ฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ระยะที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวของท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 2 ซึ่งจากผลการออกแบบรายละเอียดและการศึกษาปริมาณความต้องการด้านการขนส่ง เส้นทางดังกล่าวเมื่อปี 2541 และผลการศึกษาทบทวนโครงการเมื่อปี 2544 การรถไฟฯ ได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ ตอนฉะเชิงเทรา – ศรีราชา และต่อขยายเข้าสู่แหลมฉบังเป็นลำดับแรก ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
         เพื่อให้การก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางสายชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีโครงการที่จะก่อสร้างทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย เพื่อขยายขีดความสามารถของเส้นทางขนส่งหลักที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งระบบราง จากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกสู่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ อย่างบูรณาการ รวมทั้งแผนพัฒนาต่างๆ ที่สนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบขนส่งระบบราง เพื่อให้เกิดการประหยัดทรัพยากร พลังงานและลดมลพิษ
 
ลักษณะและที่ตั้งโครงการ
          ก่อสร้างทางรถไฟใหม่จำนวน 1 ทาง คู่ขนานไปกับทางเดิม เริ่มจากสถานีฉะเชิงเทรา ไปตามทางรถไฟสายตะวันออกเดิม (สายอรัญประเทศ) ผ่านสถานีบางน้ำเปรี้ยวถึงสถานีคลองสิบเก้า แยกขนานไปกับทางรถไฟสายคลองสิบเก้า – แก่งคอย ผ่านสถานีองครักษ์ วิหารแดง บุใหญ่ สุดปลายทางที่สถานี แก่งคอย ซึ่งผ่านพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัด ฉะเชิงเทรา พื้นที่อำเภอองครักษ์ และอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และพื้นที่อำเภอวิหารแดง อำเภอเมือง และอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
ขอบเขตของงาน
  1. ก่อสร้างทางใหม่อีก 1 ทาง เริ่มจากสถานีฉะเชิงเทรา (กม.61+190) ถึงสถานีแก่งคอย (กม.167+800) รวมระยะทางประมาณ 106 กม.
  2. จัดเตรียมและเวนคืนที่ดินประมาณ 119 ไร่ บริเวณนอกย่านสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา ชุมทางบ้านภาชี และชุมทางแก่งคอย เพื่อการก่อสร้างทางคู่เลี่ยงเมือง (Chord Line)
  3. ก่อสร้างทางคู่เลี่ยงเมือง จำนวน 2 ทาง ในพื้นที่ที่เวนคืนตามข้อ 2 บริเวณนอกย่านสถานี เพื่อใช้เป็นทางคู่เลี่ยงเมือง รวม 3 แห่ง ระยะทางประมาณ 7.1 กม. ได้แก่
    ที่ชุมทางฉะเชิงเทรา
    ระหว่าง กม.61+190 ถึง กม.62+600
    เชื่อมสายคลองสิบเก้า-แก่งคอย
    กับสายฉะเชิงเทรา-สัตหีบ ระยะทาง 1.41 กม.
    ที่ชุมทางบ้านภาช
    ระหว่าง กม.92+000 ถึง กม. 93+600
    เชื่อมสายเหนือกับสายตะวันออกเฉียงเหนือ
    ระยะทาง 1.60 กม.
    ที่ชุมทางแก่งคอย
    ระหว่าง กม.163+350 ถึง กม.167+400
    เชื่อมสายตะวันออกเฉียงเหนือ
    กับสายคลองสิบเก้า-แก่งคอย
    ระยะทาง 4.05 กม.

  4. ก่อสร้างอุโมงค์บริเวณเขาพระพุทธฉาย ขนานไปกับอุโมงค์เดิม กม.147+100 ถึง กม.148+307 ระยะทางประมาณ 1.2 กม.
  5. (5) ก่อสร้างสถานีเพิ่มเติม จำนวน 1 สถานี ได้แก่ สถานีไผ่นาบุญ ที่ กม.162+819 ระหว่างสถานีบุใหญ่และสถานีแก่งคอย เพื่อใช้เป็นสถานีควบคุมระบบอาณัติสัญญาณฯ (Block Post Station) รวมทั้งอาคารประกอบสถานีอื่นๆ ที่มีอยู่เดิมเพื่อความสมบูรณ์
  6. ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมสำหรับทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า - แก่งคอย และ ทางคู่เลี่ยงเมือง
วงเงินลงทุนโครงการ
           จากการศึกษาทบทวนโครงการล่าสุด  มีประมาณการค่าก่อสร้าง ประกอบด้วย
- ค่าชดเชยที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
128.82
ล้านบาท
- ค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง
414.24
ล้านบาท
- ค่าก่อสร้าง / ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ
10,805.29
ล้านบาท
รวมประมาณราคาค่าก่อสร้าง
11,348.35
ล้านบาท
แผนการดำเนินงาน
เวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง (15 เดือน)      
ต.ค.2552 - ธ.ค.2553
จัดการประกวดราคา (7 เดือน)
ต.ค.2552 – พ.ค.2553
ก่อสร้าง / ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (36 เดือน)      
มิ.ย.2553 – พ.ค.2553
 
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  • ความจุของทางจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตัว สามารถเดินรถได้ตรงเวลาโดยไม่ต้องรอหลีก ความเร็วเฉลี่ยของขบวนรถ และความปลอดภัยในการเดินรถเพิ่มมากขึ้น
  • รองรับการขนส่งสินค้าระหว่างพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและท่าเรือแหลมฉบัง กับพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น น้ำมัน ก๊าซ LPG ปูนซีเมนต์ สินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น
  • สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการ ขนส่ง (Modal Shift) ไปสู่ระบบรางและสนับสนุน การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
  • ทำให้ผู้ประกอบการด้านการขนส่งสินค้าหัน มาใช้บริการขนส่งระบบรางมากขึ้น เป็นประโยชน์ ต่อการใช้พลังงานและลดต้นทุนการขนส่งของ ประเทศ
  • ช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนถนนสายต่างๆ ที่เชื่อมภาคตะวันออกกับภาคเหนือและภาคตะวันออก- เฉียงเหนือ ลดการใช้น้ำมันสำหรับรถยนต์บรรทุก ลดอุบัติ- เหตุและลดการสูญเสียต่างๆ บนท้องถนน
           โครงการก่อสร้างทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย นี้ สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 10 ในด้านการลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจีสติกส์ โดยพัฒนาและขยายขีดความสามารถของโครงข่ายการขนส่งทางรางให้พอเพียงกับความต้องการขนส่ง และมีการเชื่อมโยงโครงข่ายกับศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าตามจุดยุทธศาสตร์การผลิตของประเทศ เพื่อรองรับระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal) นำไปสู่ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
วญส ที่ กส.579/ตผ./2552 ลง 3 กันยายน 2552
วญส ที่ กส.756/ตผ./2552 ลง 13 พฤศจิกายน 2552 แก้ไขบางส่วน
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เส้นทางคู่การรถไฟฯ ปัจจุบัน 2550
ผังเส้นทางคู่การรถไฟฯ