ข่าวเด่น

ข่าวเด่น

ผู้ว่าการรถไฟฯ ลงตรวจความพร้อมการเดินรถขบวนรถไฟทางไกล ณ สถานีกลางบางซื่อ พร้อมทดสอบคุณภาพอากาศ ความร้อน และเสียง พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 ธันวาคม 2564


เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 08.00 น. นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นำคณะผู้บริหารการรถไฟฯ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดเดินรถขบวนรถไฟทางไกล ที่จุดจอดรถบนชานชาลาชั้น 2 สถานีกลางบางซื่อ โดยมีการตรวจความพร้อมในขบวนรถ ห้องควบคุมรถไฟทางไกล รวมถึงทดลองโดยสารขบวนรถไฟทางไกลจากสถานีกลางบางซื่อ-รังสิต และทดสอบการวัดคุณภาพอากาศ ความร้อนและเสียง ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ธันวาคม 2564นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้สถานีกลางบางซื่อ เป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางของประเทศ การรถไฟฯ ได้มีการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า และตรวจความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้มีการตรวจความพร้อมของขบวนรถไฟทางไกลและห้องควบคุมรถไฟทางไกล ซึ่งทำหน้าควบคุมการเตรียมทาง ประแจ และระบบอาณัติสัญญาณภายในย่านการปล่อยรถ ตลอดจนแผนการเดินรถทางไกลขบวนต่างๆ ซึ่งมีความเรียบร้อยดี และพร้อมจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ตามกำหนดนอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้มีการการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ปลดปล่อยจากขบวนรถไฟทางไกล การตรวจระดับความดังของเสียง และการตรวจวัดความร้อนของอากาศ โดยผลการทดสอบพบว่าอยู่ในค่ามาตรฐานทั้งหมด ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ชุมชน รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการทั้งนี้ ในขั้นตอนตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 บริเวณข้างขบวนรถไฟ โดยเว้นระยะห่างตรวจวัดจากข้างรถไฟประมาณ 2 เมตร ขณะที่ขบวนรถไฟจอดรอเวลาออก และจอดรอรถสับเปลี่ยนมาต่อเพื่อลากลงไปที่ โรงซ่อมบำรุงรถไฟทางไกลพบว่ามีค่าฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์วัดดัชนีคุณภาพอากาศ โดยมีค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศเทียบเท่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศเฉลี่ยอยู่ที่ 0-50 AQI ตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเป็นระดับที่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้เป็นปกติส่วนการตรวจระดับความดังของเสียง บริเวณชานชาลาที่ 1 ก่อนขบวนรถเทียบ มีค่าระดับของเสียงอยู่ที่ 80-90 เดซิเบล ซึ่งเป็นระดับเสียงที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ขณะที่การตรวจวัดความร้อนของอากาศโดยรอบมีค่าเฉลี่ยไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส ซึ่งมีการติดตั้งระบบระบายอากาศภายในไว้ ทำให้อุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปกติเช่นเดียวกัน ldquo;เห็นได้ว่าจากการลงตรวจความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดเดินรถขบวนรถไฟทางไกล สถานีกลางบางซื่อ พบว่ามีความเรียบร้อยเป็นอย่างดี และพร้อมเปิดให้บริการตามกำหนดในวันที่ 23 ธันวาคม 2564 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางของประเทศที่ดีและทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ตลอดจนเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งของประเทศไทยต่อไปrdquo;

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ท่องเที่ยวทางรถไฟ

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน


เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Market Sounding) ต่อโครงการศึกษาและวิเคราะห์โครงการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน ผ่านการประชุมผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพัฒนาการบริหารที่ดินของการรถไฟฯ ให้เกิดความศักยภาพสูงสุด โดยมีนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรธุรกิจภาคเอกชน นักลงทุน และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนากว่า 100 คนนายเอกฯ เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย มีแนวทางที่จะพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟฯ ซึ่งมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับการรถไฟฯ ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการหารายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยพื้นที่ย่านตลาด คลองสาน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร มีทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อมเชื่อมต่อ กับฝั่งพระนครด้วยท่าเรือข้ามฝากระหว่างท่าเรือคลองสานกับท่าเรือสี่พระยา เป็นพื้นที่ริมแม่น้ำที่มีศักยภาพสูงของริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ การรถไฟฯ ได้นำออกให้เช่าเป็นพื้นที่ตลาดคลองสานพลาซ่า และผู้เช่าจะคืนพื้นที่เช่าทั้งหมดพร้อมกับสัญญาเช่าท่าเรือคลองสาน ภายใน 31 ธันวาคม 2564 ดังนั้น จึงได้ดำเนินการจ้างบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน โดยมีแนวทางในการพัฒนาดังนี้ แนวทางในการพัฒนาพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่โครงการตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาก่อสร้าง และใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งทางด้านพาณิชยกรรม หรือด้านอยู่อาศัย ที่ปรึกษาจึงได้ออกแบบแนวคิดเบื้องต้นในการพัฒนาโครงการ โดยวิเคราะห์โครงการเบื้องต้นพร้อมพิจารณากำหนดสมมติฐานการพัฒนาเป็นโครงการต่าง ๆ ทั้งนี้ แนวคิดการก่อสร้างจะอยู่ภายใต้ประกาศกฎกระทรวงว่าด้วยผังเมืองรวม และข้อกำหนดกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีผลต่อการพัฒนาก่อสร้างใช้ประโยชน์ ซึ่งแนวทางการพัฒนาพื้นที่จะทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด แล้วพัฒนาเป็นโรงแรมระดับกลาง (Midscale) และพื้นที่รีเทล (ร้านค้า) ดังนี้ - โรงแรม สูง 8 ชั้น (มีชั้นใต้ดิน ส่วนกลาง และจอดรถยนต์) พื้นที่รวม 6,915 ตรม. จำนวน 1 อาคาร - โรงแรม สูง 8 ชั้น (มีชั้นใต้ดิน ส่วนกลาง และจอดรถยนต์) พื้นที่รวม 9,985 ตรม. จำนวน 1 อาคาร - รีเทล (ร้านค้า) สูง 3 ชั้น (พื้นที่ค้าปลีก) พื้นที่รวม 915 ตรม. จำนวน 1 อาคาร - รีเทล (ร้านค้า) สูง 3 ชั้น (พื้นที่ค้าปลีก พร้อมที่จอดรถ) พื้นที่รวม 1,432 ตรม. จำนวน 1 อาคาร - รีเทล (ร้านค้าและร้านอาหาร) ด้านหลังโครงการ สูง 5 ชั้น พื้นที่รวม 2,000 ตรม. จำนวน 1 อาคาร - ลานกิจกรรม ขนาด 14.00 x 28.50 เมตร พื้นที่รวม 400 ตารางเมตรนอกจากนี้ ได้ออกแบบเส้นทางการจราจรและระบบการขนส่งภายในอาคาร ได้แก่ การจัดให้มีทางเข้า ndash; ออก บริเวณถนนเจริญนคร การจัดระบบจราจรบนถนนแบบเดินรถสองทาง ขนาดความกว้าง 6 เมตร การจัดให้มีทางเดินเท้ากว้าง 1 เมตร ทั้งนี้ จะเป็นการเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบการก่อสร้างอาคารโรงแรมและพื้นทีรีเทล ระยะเวลา 30 ปี มูลค่าลงทุนการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ 839 ล้านบาท ผลตอบแทนโครงการ 13.49% ผลตอบแทนที่การรถไฟฯ จะได้รับประมาณ 325 ล้านบาท ระยะเวลาคืนทุน 10 ปี ด้วยวิธีการเปิดประมูลเสนอราคาตามระเบียบการรถไฟฯ โดยไม่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2562 เนื่องจากไม่เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่เพื่อการบริการสาธารณะ โดยปี 2565 การรถไฟฯ จะส่งมอบโครงการฯ ให้กับบริษัท เอสอาร์ที เอสเสท จำกัด (บริษัทลูกของการรถไฟฯ ในการบริหารสินทรัพย์) รับไปดำเนินการการเปิดประมูลหาเอกชนดำเนินการ ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ในปี พ.ศ. 2565 และดำเนินการก่อสร้างโครงการในปี พ.ศ. 2566อย่างไรก็ตามผลการศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสานครั้งนี้ เป็นเพียงรูปแบบแนวทางการพัฒนาพื้นที่เท่านั้น เอกชนที่จะเข้ามาดำเนินการสามารถปรับเปลี่ยนการพัฒนาในรูปแบบอื่นหรือประเภทอื่นที่มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดได้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่การรถไฟฯ การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการศึกษาและวิเคราะห์โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดคลองสาน เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของการศึกษาโครงการของหน่วยงานธุรกิจภาคเอกชน และทุกภาคส่วน นำมาใช้ในการดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด.โดยมุ่งหวังว่าข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ได้รับจากการจัดประชุมสัมมนาจะช่วยให้รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม

ระบบงาน

ระบบงาน